วกเราไม่สมควรรับไว้ ม…มูลค่าของมันมากเกินไป”พ่อและแม่เฮลี่ย์กล่าวขณะเอื้อมมือออกไปรับถุงบรรจุธนบัตรเดอไวล์เปล่งเสียงลุ่มลึก“นี่คือจำนวนเงินที่เฮลี่ย์สมควรได้รับ”“ส…สมกับเป็นท่านอัศวินใจบุญ! ขุนนางผู้มีจิตใจกว้างขวางดุจดังมหาสมุทร!”สามีภรรยาต่างรีบก้มศีรษะด้วยท่าทางติดๆ ขัดๆ บนใบหน้ากำลังฉีกยิ้มกว้าง บางทีอาจกว้างที่สุดในชีวิตนับตั้งแต่เกิดมาพวกมันกล่าวยกย่องอัศวินใจบุญไม่ขาดปาก รวมถึงเน้นย้ำบ่อยครั้งว่า เฮลี่ย์บนสวรรค์ต้องรู้สึกดีใจมากแน่
“คัลเลน พาพวกเขาไปส่งที่บ้าน ไม่สิ…ไปส่งธนาคารก่อน”เดอไวล์ถอนหายใจอย่างผ่อนคลาย พร้อมกำชับพ่อบ้านคนสนิทละเอียดพ่อและแม่เฮลี่ย์เดินกอดถุงเงินออกจากประตูบ้านด้วยฝีเท้ารีบเร่ง จังหวะก้าวเดินเต็มไปด้วยความสุขสมหวังในภาวะเนตรวิญญาณ ไคลน์เห็นเงาลางสีขาวด้านหลังเดอไวล์ พยายามเหยียดแขนออกไปหาสองสามีภรรยา คล้ายกับต้องการออกไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ทว่า ทั้งสองกำลังมีความสุขจนไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ไม่แม้แต่จะเหลียวหลังหันกลับมาเพียงไม่นาน ภาพเลือนรางดังกล่าวจางหายไปจากแผ่นหลังเดอไวล์โดยสมบูรณ์ชายหนุ่มสัมผัสได้ว่า ห้องรับแขกที่เคยมีบรรยากาศค่อนข้างเย็น กลับไปมีอุณหภูมิปรกติอีกครั้งตั้งแต่เริ่มจนจบ ไคลน์ทำเพียงเฝั้ามองโดยไม่ออกความเห็น
“คุณสารวัตร ตอนนี้ผมรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว ช่วยอธิบายได้ไหม ถ้าสิ่งที่ผมเผชิญคืออาการปั่วยทางจิตจริง แล้วเหตุใดสาวใช้และคนคุ้มกันถึงได