ไปหนึ่งคน?”ขณะกำลังจัดโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบ ลุงนีลล์ไต่ถามด้วยสีหน้าสุดประหลาดใจ
“เหมือนกับกำลังนั่งฟังบทละคร…”ชายชราพึมพำพร้อมกับเดินอ้อมโต๊ะทำงานออกไปจากคลังอาวุธ มันไม่รอให้ไคลน์เล่าเหตุการณ์ใดเพิ่มเติมทันใดนั้น ชายหนุ่มรีบตะโกนถาม“ลุงนีลล์ โบสถ์รัตติกาลไม่มียารักษาบาดแผลหรือ? เหตุใดถึงต้องฟืนฟูร่างกายด้วยพิธีกรรมเวทมนตร์?”“ไม่มียาชนิดใดให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมไปกว่าพิธีกรรมเวทมนตร์อีกแล้ว แถมวัตถุดิบเวทมนตร์สำหรับปรุงยายังมีราคาสูงมาก ทั้งที่สรรพคุณของมันค่อนข้างต่ำ”ลุงนีลล์อธิบายอย่างใจเย็น“เจ้าคงรู้จักเทพธิดาเพ่งพิศแล้วใช่ไหม มันคือยาที่เกิดจากพิธีกรรมเวทมนตร์ และให้ผลฟืนฟูร่างกายในระดับน่าทึ่งทว่า หลังจากผลิตเสร็จ สรรพคุณในการฟืนฟูจะเสื่อมถอยอย่างรวดเร็วเมื่อเวลาผ่านไป”“เข้าใจแล้วครับ…”ไคลน์ผงกศีรษะด้วยใบหน้าผิดหวัง
ในฐานะนักรบคีย์บอร์ดจากโลกเก่า มันย่อมทราบถึงความสำคัญของยารักษาอาการบาดเจ็บเมื่อลุงนีลล์เดินออกจากห้อง ชายหนุ่มนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยบรรยากาศสงบสุข บรรยากาศที่ไม่ได้รู้สึกมานานแล้วท่ามกลางความเงียบงัน ไคลน์หวนนึกถึงฉากการตายของตัวตลกสวมสูท มันย้อนจินตนาการภาพที่ตนลั่นไกสังหารเย็นชา รวมถึงฉากโลหิตสาดกระเซ็นจากเนื้อหนังมนุษย์อย่างสยดสยองร่างกายไคลน์สั่นระริกอย่างหยุดไม่อยู่ มันลุกขึ้นยืนครู่หนึ่งก่อนจะนั่งลงโดยไม่กล่าวหรือทำสิ่งใด เป็นเช่นนี้อยู่หลายหนจนกระทั่งลุก