หันมามองด้วยนัยน์ตาสีฟั้าคราม
“ขอโทษที่รบกวน ผมแค่ต้องการทราบว่า นี่ใช่ศพผู้วิเศษหรือเปล่า?”ไคลน์พยายามข่มความตื่นเต้น“ใช่”ริมฝีปากฟรายอ้าและหุบภายในระยะเวลาแสนสั้น ถ้อยคำห้วนๆ ถูกพ่นออกจากปากไคลน์ชำเลืองมองศพ ทันใดนั้น มันได้พบรูโหว่ขนาดใหญ่บริเวณหน้าผากไม่ผิดแน่ ศพตัวตลกสวมสูท…ชายหนุ่มถอนหายใจเล็กๆ ก่อนจะถามต่อ“พบอะไรบ้างไหม?”“ไม่”ฟรายยังคงตอบเป็นเอกลักษณ์บรรยากาศภายในห้องพลันเงียบงันและกระอักกระอ่วน แต่ขณะไคลน์คิดจะกล่าวคำอำลา ฟรายเป็นฝั่ายเริ่มชวนคุย
“ถ้าไม่คุณสบายใจ จะเดินเข้ามาดูใกล้ๆ ก็ได้ จะได้เห็นว่า ซากศพไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว”หมอนี่กลัวตนเกิดแผลใจสินะท่าทางจะเป็นคนดีกว่าที่คิด…ไคลน์รีบผงกศีรษะ“ตกลง”ชายหนุ่มเดินเข้าห้องและตรงไปยังโต๊ะยาวที่ปูผ้าขาวรองไว้สายตาชำเลืองมองศพอย่างละเอียดตัวตลกสวมสูทที่เคยทาหน้าด้วยสีแดง เหลือง และขาวปัจจุบันถูกล้างทำความสะอาดหมดจด เผยให้เห็นใบหน้าของชายวัยกลางคนผมดำแสนธรรมดา ไม่มีสิ่งใดพิเศษนอกจากดั้งที่เป็นสันโด่งกว่าปรกติขณะเดียวกัน ฟรายเดินไปยังโต๊ะสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มุมห้องพร้อมกับหยิบกระดาษและดินสอมันเดินกลับมาและวางกระดาษไว้ข้างศพ ก่อนจะลงมือวาดด้วยดินสอแท่งดังกล่าว
ไคลน์จ้องมองด้วยท่าทีฉงน ผ่านไปสักพักจึงทราบว่าฟรายกำลังวาดภาพเหมือนใบหน้าของตัวตลกสวมสูทเพียงไม่นาน ฟรายวางแท่งดินสอในมือลง เป็นสัญญาณการวาดเสร็จสิ้น บนแผ่นกระดาษมีภาพใบหน้าต