าไคลน์มันได้รับสติและภาพการมองเห็นกลับคืนมาอีกครั้งความเร็วทุกอย่างเป็นปรกติ คล้ายกับเมื่อครู่เป็นเพียงภาพหลอน
“เกิดอะไรขึ้น…”ไคลน์พึมพำเสียงเบาด้วยสีหน้าหวาดผวาดันน์ส่ายศีรษะเล็กๆ พร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงลุ่มลึก“อย่าเสียสมาธิก็พอ”เมื่อพูดจบ ดันน์เดินเข้าไปในห้องผู้คุมประตูยานิสไคลน์ตามติด ก่อนจะเงยหน้าพบกับสี่บุคคลภายในห้องที่บ้างนั่งบ้างยืนหนึ่งในสี่คือนักกวีเที่ยงคืน เลียวนาร์ด·มิเชล ส่วนอีกสามคนล้วนไม่คุ้นหน้าแต่หนึ่งสิ่งที่ทุกคนมีร่วมกันคือ…พวกมันกำลังขยับแขน ‘ยกดัมเบลลม’ โดยไม่มีใครหยุดพัก“ไคลน์·โมเร็ตติ เขามีความเชื่อมโยงกับสมุดบันทึกตระกูลอันทีโนกัสสูงเป็นพิเศษ”
ดันน์แนะนำตัวไคลน์อย่างคร่าวๆ จากนั้นก็ชี้นิ้วไปยังบุคคลแปลกหน้าทั้งสาม“สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษเหล่านี้คือสหายจากเหยี่ยวราตรีมุขมณฑลเบ็คลันด์ เธอคือมาดามโรล็อต ลำดับแปด นักขุดสุสาน เจ้าแม่นักแม่นปืนชนิดหาตัวจับยาก”สตรีวัยราวสามสิบผู้มีใบหน้าเป็นมิตรผงกศีรษะให้ไคลน์เบาๆหน้าตาจัดว่าดูดี หล่อนมิได้สวมชุดรุ่มร่ามเยี่ยงสุภาพสตรีปรกติ แต่เป็นสูทดำสลับเชิ้ตขาวคล้ายชายอกสามศอก ไม่สวมหมวก กางเกงรัดรูปสีดำขายาว รองเท้าบูทหนัง มุมปากโค้งขึ้นเล็กน้อยหลังจากไคลน์ทักทายตอบพอเป็นพิธี ดันน์ชี้นิ้วไปยังบุรุษที่นั่งเก้าอี้อีกฝังของโต๊ะทำงาน“อายร์·ฮาร์สัน เหมือนกับผม”
ยังไม่ทันที่ดันน์จะกล่าวจบประโยค การขยับแขนยกดัมเบลของอายร์·ฮาร์สั