ณมากค่ะ!”เธอลุกขึ้นยืนพร้อมกับถอนสายบัวด้วยกิริยาชดช้อยไคลน์อมยิ้ม“ที่เหลือคุยกับเจ้าของร้านเองนะ ฉันมีบางสิ่งต้องรีบจัดการให้เสร็จ”ขณะกล่าว ชายหนุ่มชำเลืองมองเจ้าของร้านวัยกลางคนด้วยหางตา ใบหน้าของมันกำลังบูดบึ้งคล้ายกับนึกเสียดายที่ลดราคาให้ไคลน์
ไคลน์ยังคงอมยิ้ม มันไม่คิดขัดขวางธุรกิจของผู้อื่นไปมากกว่านี้ ชายหนุ่มเดินสำรวจตลาดที่เหลือจนทั่ว แต่ก็ไม่พบ‘วัตถุดิบวิเศษ’ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในการปรุงโอสถในเวลาเดียวกัน หลังจากลุงนีลล์ชำระหนี้เสร็จสิ้น มันเดินมาหาไคลน์พร้อมกับกล่องไม้สีดำในมือเมื่อเห็นสีหน้าสุดฉงนของชายหนุ่ม นีลล์ชี้นิ้วไปยังบานประตูคู่ด้านหลังตลาด“ถ้าต้องการซื้อขายวัตถุดิบวิเศษให้เข้าไปในห้องนั้น ไม่มีใครต้องการให้ผู้อื่นเห็นสินค้าที่ตัวเองซื้อหรอกนะ”“เข้าใจแล้วครับ”ไคลน์พยักหน้าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาต้องไปสนใจวัตถุดิบวิเศษ มันยังไม่เข้าใกล้การย่อยโอสถเสร็จสมบูรณ์ ชายหนุ่มเดินตามลุงนีลล์ไปยังทางออกตลาดมืดค้าของวิเศษ“บุปผาเอลฟเท่าไร?”เสียงคนไต่ถามราคาดังแว่วข้างหูไคลน์
บุปผาเอลฟ… นั่นก็ส่วนผสมโอสถผู้ชมเมื่อหันไปมองตามต้นเสียง มันได้ผมชายต้องสงสัยมาดเนี้ยบคนเดิมอีกครั้ง“มีอะไรงั้นหรือ?”ลุงนีลล์ถาม“เปล่าครับ”ไคลน์เบือนหน้ากลับถึงจะเป็นสมาชิกอย่างไม่เป็นทางการของเหยี่ยวราตรี แต่ไคลน์ไม่คิดว่าโบสถ์หลักจำเป็นของผูกขาดผู้วิเศษเสมอไปขึ้นอยู่กับสถานการณ์ดังเช่นเมื่อครู่ ต่อให