กล่าวจบ จอยซ์·ไมเยอร์พลันนึกขึ้นได้ว่า ไคลน์·โมเร็ตติไม่ได้เรียกตัวเองว่าหมอดู…แต่เป็นนักทำนาย“ตกลงครับ ไปที่ห้องบุษราคัมกันเถอะ”ไคลน์ผายมือส่งสัญญาณในวินาทีนี้ มันเริ่มคิดเป็นจริงเป็นจังแล้วว่า ตนควรซื้อชุดคลุมสีดำมาใส่เพื่อให้เหมาะสมกับมาดนักทำนาย และต้องลดทอนคำพูดลงจากปรกติ จะได้สมกับความลึกลับของนักทำนายจอยซ์·ไมเยอร์ล็อกประตูหลังจากเดินเข้าห้อง ขณะมันกวาดสายตาสำรวจ ไคลน์ฉวยโอกาสแตะหว่างคิ้วด้วยปลายนิ้วสองครั้ง
จอยซ์นั่งลงพร้อมกับวางไม้ค้ำเลี่ยมทองไว้ข้างลำตัว มันคลายโบว์หูกระต่ายที่คอออก ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงแหบพร่า“มิสเตอร์โมเร็ตติ ผมต้องการให้คุณช่วยแปลความฝัน”“แปลความฝันสินะครับ”ไคลน์ไม่ออกท่าทีกระโตกกระตาก มันทำราวกับทุกสิ่งอยู่ในการคำนวณ เพียงถามย้ำด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเพื่อให้แน่ใจสีออร่าด้านสุขภาพของจอยซ์ค่อนข้างหม่นหมอง แต่ไม่มีสัญญาณของโรคร้าย สีออร่าด้านอารมณ์ออกไปทางน้ำเงินเข้มหมายถึงความวิตกกังวลอย่างหนักจอยซ์พยักหน้ารับ“ผมฝันร้ายทุกวันนับตั้งแต่เรืออัลฟาฟั่าแล่นถึงท่าเรือเอ็นมาร์ท เคยเข้าใจว่าอาจเป็นอาการหลอน หรือไม่ก็ภาวะฝังใจ และควรไปพบจิตแพทย์มากกว่า แต่ฝันของผมค่อนข้างพิเศษ โดยทั่วไปแล้ว การฝันร้ายจะมีรายละเอียดแตกต่างกันไป
ในแต่ละวัน แต่ความฝันของผมเหมือนกันทุกครั้งจนน่ากลัวต้องมีความนัยแฝงอยู่แน่”“สำหรับนักทำนาย ฝันเช่นนี้หมายถึงเทพกำลังบอกใบ้บางสิ่ง”ไคลน์ตอบกึ