แค่-ฉันสำนึกผิดแล้ว ช่วยฉันด้วย…”จอยซ์พึมพำไคลน์ไม่ได้ประสบเหตุการณ์ด้วยตัวเอง มันทำได้แค่ให้คำแนะนำ โดยใช้หลักการของศาสตร์ทำนายฝันที่ร่ำเรียนมา“หรือคุณคิดว่ายูนิส·จินจะมีประโยชน์กว่าหากยังมีชีวิตอยู่? ตัวตนของมันอาจพิสูจน์บางสิ่งหรืออธิบายบางเหตุการณ์ได้?”จอยซ์ขมวดคิ้วอยู่นาน ก่อนจะกล่าวต่อ
“บางที… ผมอาจมองว่า เหตุการณ์คลุ้มคลั่งบนเรืออัลฟาฟั่าเกิดขึ้นอย่างผิดธรรมชาติเกินไป คล้ายกับความชั่วร้ายที่หลับลึกในจิตใจทุกคนปะทุออกมาพร้อมกัน…”“มันแปลกมาก ผมสัมผัสถึงความไม่ชอบมาพากล บางที… ผมอาจต้องการสอบสวนยูนิส·จินอย่างละเอียดว่า ในตอนที่เริ่มคลุ้มคลั่ง ทำไมมันถึงทำตัวคล้ายกับถูกวิญญาณร้ายสิงสู่…”ไคลน์พบร่องรอยที่น่าสนใจ มันเงยหน้าขึ้นและกล่าวกับจอยซ์ด้วยเสียงคล้ายนักต้มตุ๋น“ยังมีอีกหนึ่งเบาะแส…”“อะไรนะ?”จอยซ์ผงะไคลน์ยังคงกอดอกและใช้ฝั่ามือข้างหนึ่งดันปลายคางขึ้นมันจ้องมองเข้าไปในตาจอยซ์พร้อมกับกล่าวอย่างเชื่องช้า“คุณไม่เพียงพบความผิดปรกติ แต่คุณเคยเห็นบางสิ่งที่เป็นสาเหตุของหายนะด้วยตาตัวเองมาแล้ว แต่เพราะเหตุผล
บางประการ จิตใต้สำนึกของคุณกลับเลือกที่จะไม่จดจำ และปฏิเสธอัตโนมัติว่าสิ่งนั้นไม่เกี่ยวข้อง… ถ้านึกออกเมื่อไรบทสรุปทั้งหมดจะกระจ่างทันที”“พลังวิญญาณของคุณกำลังบอกใบ้ว่า มีผู้ต้องสงสัยบางคนที่คุณมองข้ามไป บางทีอาจเป็นคนที่ใช้มือจับแขนคุณไว้ในฝัน คนที่คุณหลงลืมใบหน้า… คนนั้นต้องสนิ