อลองนึกดูให้ดี โลกของเราไม่เหมือนเกมสักเท่าไรการสมมติให้ผู้วิเศษเหมือนกับ ‘อาชีพ’อาจไม่ถูกต้อง แต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว”
“สมมติฐานที่สอง พื้นฐานของโลกใบนี้คือความสมดุลและพระผู้สร้างได้กำหนดให้โลกต้องดำเนินไปอย่างสมดุลเท่าเทียม”“สมมติฐานที่สาม โอสถลำดับต่ำทุกเส้นทางจะถูกจำกัดพลังไว้ อาจเป็นผลมาจากการลองผิดลองถูกของบรรพบุรุษ”“พลังโอสถที่มากเกินไปจะทำให้ผู้วิเศษคลุ้มคลั่งได้ง่ายพลังที่น้อยเกินไปจะไม่คุ้มค่ากับการเสี่ยงชีวิตเป็นผู้วิเศษ”“ลงเอยด้วย ผู้วิเศษแต่ละเส้นทางจะชำนาญด้านใดด้านหนึ่งอย่างสุดโต่ง แต่จะอ่อนแอด้านที่เหลืออย่างมิอาจหลีกเลี่ยง”“สมมติฐานที่สี่ ทุกสิ่งในโลกถือกำเนิดจากเศษเสี้ยวพระผู้สร้าง หมายความว่า ทุกองค์ประกอบจะชดเชยสิ่งที่ขาดหายและไม่ก้าวก่ายในความถนัดของกันและกัน พลังแต่ละเส้นทางจึงเชี่ยวชาญได้เพียงหนึ่งศาสตร์”
“เราเอนเอียงไปทางสมมติฐานที่สามและสี่มากกว่า แต่อย่างหลังยากต่อการพิสูจน์ จึงใช้ได้เป็นเพียงแนวทางเท่านั้น”“เมื่อตัดตัวเลือกที่ไม่ใช่ทิ้งไป จะเหลือเพียงสาเหตุที่สามซึ่งน่าเชื่อถือที่สุด เราจะใช้มันเป็นหลักในการดำเนินชีวิต”มาถึงจุดนี้ ไคลน์เขียนบันทึกของตัวเองเต็มสองหน้ากระดาษแล้ว แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ตรงกันข้าม มันเขียนลงมือเขียนคำถามถัดไปต่อ“จากประสบการณ์ในวันนี้ พิธีกรรมเปลี่ยนดวงชะตาของเราเข้าข่ายพิธีกรรมเวทมนตร์โบราณ โดยทั่วไปแล้ว พิธีกรร