มเวทมนตร์จะแบ่งออกเป็นสามขั้นตอน เริ่มจากขั้นตอนแรก การเซ่นสังเวยสิ่งของที่ ‘ตัวตนลึกลับ’ ชื่นชอบ ถัดมาคือขั้นตอนที่สอง การท่องคาถาเพื่อเอ่ยนามและเรียกขานตัวตนลึกลับดังกล่าว”“สุดท้ายคือขั้นที่สาม พิธีกรรมที่เป็นตัวระบุว่าเราปรารถนาในสิ่งใด”
“หากใช้ทฤษฎีนี้เป็นบรรทัดฐาน พิธีกรรมเปลี่ยนดวงชะตาของเราค่อนข้างแปลกประหลาด… เพราะมันไม่มีส่วนที่สาม! ของเซ่นคืออาหารสี่ทิศที่วางมุมห้อง ส่วนคาถาคือการกล่าวถึงเทพฟั้าดินทั้งสี่…”“แต่หลังจากนั้น ตัวเราไม่ได้ประกอบพิธีกรรมใดต่อ ทำเพียงหลับตาและรอผลลัพธ์ มิได้ระบุว่าต้องการสิ่งใดตอบแทนไม่แม้แต่จะกล่าวอ้อนวอนให้ดวงชะตาดีขึ้น”“หรือก็คือ… ตัวตนลึกลับไม่มีทางทราบว่าเราต้องการสิ่งใด มันสามารถทำอะไรก็ได้ที่ตัวเองคิดว่าเหมาะสม…”นี่เราปล่อยให้อีกฝั่ายตัดสินใจแทนมาตลอดเลยหรือ?“บ้าจริง! คนเขียนหนังสือ‘พิธีกรรมโบราณสมัยราชวงศ์ฉินและฮั่น’คิดอะไรอยู่กันแน่?”“เรามันโง่ที่ดันไปหลงทำตาม…”ไคลน์หยุดเขียนทันที่ มันพยายามสูดลมหายใจยาวเข้าปอดสองครั้งเพื่อสงบสติ
เมื่ออารมณ์เข้าที่เข้าทาง มันเริ่มเขียนต่อ“เราควรปรับแต่งพิธีกรรมเปลี่ยนดวงชะตาให้สมบูรณ์เช่นการเอ่ยว่า ตัวเราปรารถนาที่จะกลับไปยังโลกเก่าและได้พบเพื่อนฝูงอีกครั้ง”“คำถามถัดมาก็คือ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เหตุใดตัวตนลึกลับดึงเราขึ้นไปบนมิติสายหมอก? มีความนัยพิเศษซ่อนอยู่หรือไม่?”“และถ้าปรับแต่งพิธีกรรมโดยปรารถนากลับไ