ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่สามารถบอกผลทำนายได้ละเอียดถี่ถ้วนและเป็นฉากๆ เช่นนี้“จริงหรือไม่จริง คุณกลับถึงบ้านเมื่อไรก็ทราบเองครับ”ไคลน์ยังคงกล่าวอย่างอ่อนโยน“จริงหรือเนี่ย… ไม่ได้โกหกกันใช่ไหม? จอยซ์ผู้น่าสงสารของฉันกลับมาแล้วแน่นะ? เป็นไปไม่ได้… ฉันไม่เชื่อ…”ด้วยอากัปกิริยาหวาดผวา เธอพ่นถ้อยคำปฏิเสธออกมาไม่หยุดปาก
แต่ท้ายที่สุด เธอรีบหยิบธนบัตรหนึ่งซูลจากกระเปั๋าและยื่นให้ไคลน์ โดยไม่รอให้อีกฝั่ายทอนเงิน แอนนารีบเดินกึ่งวิ่งออกจากสโมสรพยากรณ์และขึ้นรถม้ากลับบ้านทันที่“ที่เหลือคือทิปสินะ?”ไคลน์ยืนมองธนบัตรพลางส่ายหัวอมยิ้ม…รถม้าสองล้อแล่นผ่านถนนอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานก็เข้าสู่เขตเหนือของทิงเก็นแอนนาปล่อยให้วิวทิวทัศน์ข้างทางแล่นผ่านสายตาโดยมิได้ใส่ใจ อารมณ์หลากหลายกำลังผสมปนเป ทั้งกระสับกระส่ายคาดหวัง และหวาดกลัวทันใดนั้น กังหันลมเล็กเริ่มปรากฏในขอบเขตการมองเห็นเธอรีบลงจากรถม้า แสดงถึงความร้อนรนกระวนกระวายสุดขีด หญิงสาวเซเสียหลักเล็กน้อยก่อนจะใช้มือสั่นกระดิ่งหน้าประตู
ประตูไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดก่อนเปิดออก เผยให้เห็นชายหนุ่มรูปงามจมูกงุ้ม ผมทองสั้นสวมสูทสีดำสลับขาว ท่าทีอิดโรย แต่ดวงตาเปียมด้วยความสุขสมหวัง“นึกว่าวันนี้จะไม่ได้พบคุณซะแล้ว!”จอยซ์กล่าวพลางฉีกยิ้มกว้าง“…คุณกลับมาจริงๆ ด้วย!”แอนนาขยี้ตาอย่างเคลือบแคลงพร้อมกับส่งเสียงประหลาดใจสุดขีดเหมือนที่หมอดูคนนั้นพูดไว้ไม่มีผิด!บางที่