งกระดาษหนังเทียมอย่างเงียบงันนานกว่าสองนาที่ก่อนจะหยิบปากกาขนนกขึ้นมาเขียนคำว่า‘ควบคุม’ลงบนภาพเหมือนธนบัตรสี่เหลี่ยม เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าตนสามารถ‘ควบคุม’เงินจำนวนนี้ได้ถัดมาเป็นการวาด‘กางเขน’ทับลงไป เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการ‘ยกเลิก’
มาถึงจุดนี้ ชายชราก้มหยิบกระดาษหนังเทียมขึ้นมาถือด้วยมือซ้าย ปลายนิ้วชี้มือขวาสัมผัสหว่างคิ้วสองครั้งเป็นการเข้าสู่ภาวะเนตรวิญญาณบรรยายภายในห้วงมิติกำแพงใสคล้ายอัดแน่นด้วยพลังวิญญาณมหาศาล ทันใดนั้น ลุงนีลล์ทำการท่องคาถาด้วยเสียงค่อย“ขอวิงวอนต่อพลังรัตติกาล”“ขอวิงวอนต่อพลังสีชาด”“ขอวิงวอนต่อความอาทรของเทพธิดา”“ขอวิงวอนให้ตัวข้าได้รับเงินคืนเพื่อนำไปจ่ายหนี้สิน!”“วานิลลาราตรีและพฤกษาแห่งจันทร์แดงเอ๋ย… ได้โปรดเป็นพลังแก่คาถาของข้าด้วย!”“บุปผาจันทราและพฤกษาแห่งจันทร์แดงเอ๋ย… ได้โปรดเป็นพลังแก่คาถาของข้าด้วย!”…
ไคลน์แต่ได้ยืนทึ่งกับภาพเหตุการณ์สุดเหลวไหลเบื้องหน้าในหัวกำลังเกิดความคิดอันประหลาดหลากหลายขอกันตรงๆ แบบนี้ก็ได้หรือ?ถึงจะกล่าวเป็นภาษาเฮอร์มิสก็เถอะ…ไม่ใช่ว่าเทพธิดาจะพิโรธแล้วเพิ่มหนี้สินเป็นสองเท่าหรือไง?ทันใดนั้น แสงเทียนไขสว่างวาบฉับพลันหลังจากสวดคาถาจบ ลุงนีลล์หลับตาเงียบงันราวสองนาที่ก่อนจะลืมตาขึ้นและหยดสารสกัดจันทร์เต็มดวงลงไปในเทียนไขทั้งสามโดยเรียงลำดับกระดาษหนังเทียมในมือถูกยื่นไปยังเทียนไขธรรมดาซึ่งแทน‘ตัวเรา’เพียงไม่นาน เปลวเพลิงร้อนจาก