ดันน์ชี้นิ้วไปยังสตรีผมน้ำตาลขณะมอบคำตอบให้ไคลน์หัวหน้า… องค์กรเราบริหารจัดการเงินได้ห่วยแตกเกินไปแล้ว… ไคลน์กลืนถ้อยคำตัดพ้อลงคอและรีบเดินออกจากห้องไปพร้อมโรแซนทันใดนั้น เสียงดันน์ตะโกนไล่หลัง“เดี๋ยวก่อน ยังมีอีกเรื่อง”ให้จบทีเดียวไม่ได้รึไง? ไคลน์หันหลังกลับพร้อมกับปันรอยยิ้มจอมปลอม“ครับ?”ดันน์ใช้มือข้างหนึ่งนวดคลึงขมับก่อนอธิบายต่อ“ถ้าไปหาลุงนีลล์แล้ว อย่าลืมเบิกกระสุนปราบมารด้วย”“ผมเนี่ยนะ? กระสุนปราบมาร?”
ไคลน์ถามเสียงหลง“ลูกโม่ของเวิร์ชยังอยู่กับคุณใช่ไหม? ไม่ต้องนำมาคืนพวกเราหรอกนะ”ดันน์สอดมือเข้าไปในกระเปั๋าเสื้อกันลม“ถ้ามีกระสุนปราบมาร หากคุณบังเอิญเผชิญหน้ากับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเข้า มันจะช่วยปกปั้องชีวิตคุณได้…หรืออย่างน้อยก็มอบความกล้าเพิ่มนิดหน่อย”ประโยคสุดท้าย… หัวหน้าไม่ต้องพูดก็ได้ไคลน์ไม่มัวจินตนาการถึงสิ่งเร้นลับเหนือธรรมชาติให้ปวดหัว มันพยักหน้ารับทันที่“เข้าใจแล้วครับ ผมจะจำไว้”“แต่อันนี้ต้องใช้เอกสารจากผม ช่วยรอสักครู่”เมื่อกล่าวจบ ดันน์นั่งลงพร้อมกับหยิบปากกาหมึกแดงเข้มออกมาเขียน ‘โน๊ต’ แผ่นหนึ่งใส่กระดาษ ก่อนจะเซ็นและปัมตราประทับ
“ขอบคุณครับ หัวหน้า”ไคลน์รับกระดาษพลางกล่าวขอบคุณ จากนั้นก็หันหลังกลับเตรียมเดินออกจากน้อง“เดี๋ยวก่อน”ดันน์เรียกไล่หลังอีกครั้ง…หัวหน้า ทั้งที่คุณดูเหมือนชายหนุ่มสุขภาพดีวัยสามสิบแต่กลับมีอาการของโรคความจำเสื่อมแล้วหรือ?ไคลน์ฝืนเ