มิได้อารมณ์พลุ่ง
พล่านหรือลงมือทำตามจิตใต้สำนึกอย่างที่ดันน์กล่าว สามารถไตร่ตรองสิ่งที่ต้องพูดและไม่สมควรพูดได้อีกนัยก็คือ ไม่เหมือนความฝันเลยสักนิดหรือว่า… ดันน์ไม่ได้บงการฝัน เพียงแต่ ‘อ่าน’ ภาพความฝันของตน และได้เห็นเฉพาะสิ่งที่ตนอยากให้เห็นสมองไคลน์กำลังประมวลผลอย่างบ้าคลั่งเพื่อหาข้อสรุปทำไมเราถึงยังมีสติในความฝันตัวเอง?หรือการเดินทางข้ามโลกจะทำให้เรามีร่างกายและจิตที่พิเศษกว่ามนุษย์ปรกติ?หรืออาจเป็นเพราะ… พิธีกรรมเปลี่ยนดวงชะตา?“ถ้าอย่างนั้น มิสเตอร์สมิท คุณยอมเชื่อแล้วใช่ไหมว่าผมสูญเสียความทรงจำ?”ไคลน์เรียบเรียงความคิดก่อนถามออกไปดันท์·สมิทไม่ตอบทันที่ มันจ้องมองเข้าไปในดวงตาไคลน์
“คุณไม่ตกใจกับเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นเลยหรือ?ผมเคยทำคดีมากมาย คนธรรมดาเกือบทั้งหมดจะไม่เชื่อในพลังของผู้วิเศษ ส่วนใหญ่แยกแยะไม่ออกระหว่างความฝันและความจริง ต่อให้ผมอธิบายชัดเจน แต่พวกเขาจะคิดว่าตัวเองกำลังฝันอยู่”ไคลน์ตอบกลับ“บางที… คงเป็นเพราะผมคอยสวดภาวนามาตลอดชีวิต ให้พลังวิเศษที่มองไม่เห็นช่วยคุ้มครองในยามได้รับอันตราย”“เป็นมุมมองที่น่าสนใจ… การรอดชีวิตของคุณอาจไม่ใช่เพราะโชคเพียงอย่างเดียว”ดันน์พยักหน้าไร้อารมณ์“ผมสามารถยืนยันได้ว่า คุณสูญเสียความทรงจำไปบางส่วนจริง โดยเฉพาะความจำในช่วงที่เกิดเหตุ”“แล้วผมเป็นอิสระหรือยัง?”
ไคลน์ถามหยั่งเชิง ภายในใจมันโล่งอกไปหลายส่วนดันน์สอดมือทั้งสองข้างเ