ข้าไปในกระเปั๋าเสื้อกันลมพร้อมกับเดินเข้าหาไคลน์ด้วยย่างก้าวที่เชื่องช้า บรรยากาศมืดมิดโดยรอบพลันอ่อนโยนและอบอุ่น“ยังไม่ได้ครับ คุณต้องไปหาผู้เชี่ยวชาญกับผมก่อน”ดันน์ตอบพลางอมยิ้ม“เพราะอะไร?”ไคลน์ขมวดคิ้ว“ได้เห็นผมในฝันแล้วยังไม่เชื่ออีกหรือ?”นายต้องล้อกันเล่นแน่ถ้า ‘ผู้เชี่ยวชาญ’ บัดซบนั่นถนัดสะกดจิตหรืออ่านใจความลับของฉันจะไม่ถูกเปิดโปงกันพอดีหรือ?ผลที่ตามมาคงร้ายแรงเกินกว่าจะจินตนาการ“ปรกติผมเป็นคนถ่อมตัวนะ แต่หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความฝัน ผมจะมั่นใจในฝีมือตัวเองพอสมควร”
ดันน์อธิบายด้วยท่าทีสุขุม“แต่ในเชิงการสอบสวน การยืนยันซ้ำอีกครั้งไม่ใช่เรื่องเสียหาย แถมทางเรายังมีผู้เชี่ยวชาญหลายด้าน อาจช่วยคุณฟืนฟูความทรงจำกลับมาให้ได้”โดยไม่รอให้ไคลน์ตอบ ดันน์กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยียบ“และเหนือสิ่งอื่นใด คุณคือเบาะแสเดียวของสมุดบันทึกตระกูลอันทีโนกัส”“อะไรนะ?”ร่างกายไคลน์พลันแข็งที่อดันน์·สมิทหยุดเดินตรงหน้าไคลน์ นัยน์ตาสีเทาของมันจ้องมองราวกับมองเห็นทุกสิ่งทะลุปรุโปร่ง“ณ ที่เกิดเหตุ บ้านของมิสเตอร์เวิร์ช พวกเราไม่พบร่องรอยสมุดบันทึกจากยุคสมัยที่สี่… เวิร์ชเสียชีวิต นาย่า
เสียชีวิต เหลือเพียงคุณเท่านั้นที่จะนำทางพวกเราไปหาสมุดได้”“…เข้าใจแล้ว”ไคลน์ครุ่นคิดครู่ใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจยาวด้วยท่าทียอมจำนนสมุดบันทึกที่หายไป… นี่สินะ ปมปริศนาที่แท้จริงของคดีนี้…เราดันลืมนึกถึงสมุ