ไม่ได้แน่ แล้วเราจะไปทำงานพรุ่งนี้ได้ยังไงเดี๋ยวสิ นี่เรายังคิดจะไปทำงานอีกหรือ ปวดหัวขนาดนี้ ต้องลาปั่วยอยู่แล้ว! ไม่ต้องกลัวผู้จัดการพูดจิกกัดหรอก!
พอคิดแบบนี้ก็เหมือนไม่แย่เท่าไหร่ ฮะๆ อย่างน้อยก็ได้ลาหยุดหนึ่งวันหลังจากความรู้สึกคล้ายสมองถูกกรีดแทงจบลง โจวหมิงรุ่ยเริ่มมีกำลังวังชากลับคืนมาอย่างน่าประหลาด จนกระทั่งสามารถเหยียดตัวหลังตั้งตรง ดวงตาสองข้างลืมขึ้นพลางสลัดอาการกึ่งกลับกึ่งตื่นเมื่อครู่ได้เป็นปลิดทิ้งภาพการมองเห็นพร่ามัวอยู่สักพักจึงค่อยปรับสายตาให้ชินกับบรรยากาศรอบข้างที่มีสีออกแดงระเรื่อได้ โจวหมิงรุ่ยมองเห็นโต๊ะไม้ตั้งวางอยู่เบื้องหน้า บนโต๊ะมีสมุดบันทึกเล่มหนึ่งอยู่ในสภาพกางเปิดออก กระดาษสมุดทั้งหยาบและเหลือง บนผิวกระดาษมีตัวอักษรประหลาดถูกเขียนไว้ด้วยหมึกสีดำเข้มเด่นสะดุดตาด้านซ้ายของสมุดเป็นกองหนังสือที่ตั้งเรียงรายราวเจ็ดแปดเล่ม วางชิดขอบโต๊ะเป็นระเบียบเรียบร้อย บนกำแพงขวามือมีท่อสีเทาอ่อนถูกติดตั้งอย่างเป็นระบบ ปลายสุดของท่อเชื่อมเข้ากับโคมไฟผนัง
โคมไฟผนังให้ความรู้สึกแบบตะวันตกยุคเก่า ขนาดเพียงครึ่งศีรษะผู้ใหญ่ เป็นโครงเหล็กกรุด้วยกระจกใส…ใต้โคมไฟผนังมีขวดหมึกดำที่หุ้มด้วยกระดาษสีแดงสดเปล่งประกาย ลวดลายบนกระดาษถูกพิมพ์นูนด้วยภาพนางฟั้าถัดจากขวดหมึกคือปากกาดำหัวกลมที่วางอยู่ข้างขวาของสมุดอย่างเงียบงันไม่ส่งเสียง ปลายปากกายังคงเหลือคราบหมึกเจือจาง ส่องกระทบแสงส