้องเป็นเพราะเครื่องรางมีคุณภาพสูงขึ้น ดังนั้นจึงไม่ได้ปฏิเสธ
“ขอบคุณมากคุณเฝ่ย”
“ชำระเงินและส่งมอบสินค้าเรียบร้อยแล้ว” ในประโยคคำพูดดังกล่าวเฝ่ยไป๋ลู่ได้กำหนดความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนเพื่อธุรกิจและการร่วมมือ
ทันใดดวงตาเวินสือเหนียนมืดมนลง
เจี่ยนต๋าเช่าที่ด้านนอกประตูได้ยินพวกเขาสองคนกำลังคุยกันเรื่องเงินอย่างคลุมเครือ ดูเหมือนจะพูดว่าหนึ่งแสนต่อหนึ่งครั้งอะไรสักอย่าง…
ดวงตาเขาพลันเบิกโพลง คิดไม่ถึงเลยว่าสองคนนี้จะมีความสัมพันธ์แบบนี้!
เจี่ยนต๋าเช่าไม่กล้าแสดงความวุ่นวายใจออกมา เขาพยายามทำหน้านิ่งสุดพลังแล้วเคาะประตู
จนเมื่อคุณชายสามเวินตะโกนว่าให้เข้ามาได้ถึงได้กล้าเข้าไป
พอเข้ามาได้ เขาก็มองไปทางเฝ่ยไป๋ลู่ “คุณเฝ่ยครับ มีคนมาหาคุณอยู่ที่ด้านนอกครับ”
‘มาหาเธอ มาหาถึงในบ้านของเวินสือเหนียนเลยเหรอ?’ ความสงสัยปรากฏในดวงตาของเฝยไป๋ลู่ ขณะเดียวกันเธอก็เก็บของเสร็จพอดี
เวินสือเหนียนเองก็มองไปทางเลขาเช่นเดียวกัน สายตาของเขาแหลมคมจนทำให้ผู้คนไม่กล้ามองเขาตรง ๆ
เจี่ยนต๋าเช่าก้มศีรษะลง แล้วพูดเสริมว่า “เป็นคนของตระกูลหลินครับ บอกว่ารู้จักคุณ”
คนธรรมดาไม่สามารถเข้ามาในเขตชุมชนเศรษฐีนี้ได้
แล้วก็เป็นเพราะว่าได้ยืนยันตัวตนของอีกฝ่ายแล้ว เขาจึงได้ตัดสินใจนำข้อความมาบอก
เมื่อเฝ่ยไป่ลู่ได้ยินว่าเป็นคนตระกูลหลิน เธอก็เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง
เธอพอจะรู้ว่าทำไมตระกูลหลินถึงมาหาเธอที่นี่
ผิวที่แดงก่ำของท่