นวิญญาณไว้สามก้อนและคัมภีร์วรยุทธ์เล่มหนึ่งให้เขา
หินวิญญาณสามก้อนและคัมภีร์วรยุทธ์นี้เองที่นำเขาสู่เส้นทางการฝึกฝน
ขณะนี้ หลี่เยว่เยว่ยังอยู่ในสำนักเพียวเหมี่ยว
นี่เป็นการเยือนสำนักเพียวเหมี่ยวครั้งที่สามของเจียงผิงอันขณะนี้สำนักเพียวเหมี่ยวกำลังจัดการประลองระหว่างศิษย์สำนัก เจ้าสำนักและผู้อาวุโสมากมายนั่งมองจากอัฒจันทร์สูงสุด
เจ้าสำนักซึ่งนั่งตรงกลางเป็นสตรีผู้งามอย่างยิ่ง ผิวเรียบเนียนมีน ้ามีนวลดุจหยก ใบหน้าจิ้มลิ้มมีมิติ เรียวคิ้วดุจเค้าคีรี ดวงตาดุจธารายามสารท จมูกโด่งปากแดงเรื่อ สวมชุดกระโปรงสีน ้าเงินวารีขับเน้นให้นางดูสง่างามสูงศักดิ์
ผู้อาวุโสผมแดงซึ่งนั่งข้างกันกล่าวกับเจ้าสำนัก “เจ้าสำนัก ศิษย์รุ่นนี้เป็นเช่นไรบ้าง?”
“ก็งั้น ๆ แย่กว่าพี่ผิงอันของข้านัก” หลี่เยว่เยว่กล่าวเบา ๆ
“…” ผู้อาวุโสพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
ใครจะไปเทียบเจียงผิงอันได้เล่า นอกจากบุตรีของเจียงผิงอัน ก็ไม่มีใครพิชิตอัจฉริยะทั่วยุคสมัยได้เหมือนเจียงผิงอันแล้ว
คำถามอยู่ตรงที่ เป็นถึงเจ้าสำนักเพียวเหมี่ยว ช่วยทำตัวเป็นผู้เป็นคน ไม่ถูกความรักครอบงำสมองหน่อยได้หรือไม่?
พอถามคำถามเช่นนี้ออกไปทีไร เจ้าสำนักก็ตอบกลับมาเสมอว่า‘งั้น ๆ แย่กว่าพี่ผิงอันของข้านัก’
หญิงงามผู้หนึ่งที่นั่งขนาบอีกข้าง หรือก็คืออาจารย์ของหลี่เยว่เยว่ ซ่งฮุ่ยเตือนเสียงเบา “เจ้าสำนัก ยามนี้เจ้าเป็นเจ้าสำนักแล้ว ตอบคำถามสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้มิได