ู้เสนอให้หนี
“กลัวบ้าอะไร แค่ตัวตนขอบเขตเซียนมนุษย์ห้าตน แค่ดีดนิ้วเจ้านิกายพวกเจ้าก็จัดการได้แล้ว” หนึ่งเสียงเนิบเนือยดังขึ้นมิห่างไปนัก
ปวงชนเผลอมองตามอย่างประหลาดใจ และพบหญิงงามผู้มี‘กล้ามอก’ มหึมานางหนึ่งยืนถือน ้าเต้าสุราอยู่
“เจ้าเป็นใครเนี่ย!” ยอดฝีมือจากนิกายเทวมารตกใจ เปิดค่ายกลก็แล้ว ไฉนจึงยังมีคนแปลกหน้าเข้ามาได้ ซ ้าแล้ว เขายังมิอาจพินิจการฝึกฝนของคนผู้นี้ด้วย
เหมียวเสียกระดกเมรัยจิบหนึ่ง “ข้าเป็นผู้หญิงของเจ้านิกายของพวกเจ้า อ้อ อีกอย่างนะ ข้ามาจากภพเซียน”
“มาจากภพเซียน!”
ได้ยินเช่นนี้ ปวงชนก็อึ้งตะลึง ภพเซียนเป็นจุดหมายที่พวกเขาไขว่คว้าชั่วชีวิต เป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ในใจพวกเขา และเพราะตลอดมานี้พวกเขามิอาจบรรลุเซียน จึงไร้โอกาสเยือนภพเซียน
ยามนี้ สตรีผู้หนึ่งปรากฏกาย พูดว่านางมาจากภพเซียน พวกเขาย่อมตื่นตกใจ แต่คนส่วนใหญ่เชื่อไม่ลง
“รอเจ้านิกายพวกเจ้ากลับมาก็พอแล้ว ศึกนี่อย่างมากก็สิบวันจบ” เหมียวเสียคร้านเกินอธิบายให้มากความ นางเพิ่งรบกับเจียงผิงอันมาหยก ๆ ทั้งปวดหลังทั้งแสนเหนื่อย
เมื่อเห็นสตรีผู้นี้มั่นใจนัก ประกายความหวังก็ปรากฏในใจยอดฝีมือทั้งหลาย
หรือเจ้านิกายจะมีหนทางรับมือเซียนทั้งห้าจริง ๆ? หากสตรีผู้นี้มาจากภพเซียนจริง ก็อาจมีผู้ช่วยเพิ่มมา
หวังว่าเจ้านิกายจะแก้วิกฤตินี้ได้ หากมิไหวจริง ๆ เซียนทั้งห้าก็จะกวาดล้างโลกหล้าผู้ฝึกตนอย่างไร้ผู้หยุดยั้ง ซ่อนที่ใดก็ไร้ป