ก็เตือนหนึ่งสุนัขหนึ่งอสรพิษ “ทำตัวดี ๆ เล่าหากข้ารู้ว่าพวกเจ้าทำเรื่องไม่ดี อย่าหวังมีชีวิตอยู่ต่อเชียว”
หนึ่งสุนัขหนึ่งอสรพิษรู้สึกหนาวเยือกอย่างบอกไม่ถูก ยืนตัวตรงแน่วกันทันที
พูดจบ เจียงผิงอันก็คารวะลาหลัวซู่ กลับไปหาเสี่ยวเซียง
เมื่อเห็นเจียงผิงอันคล้อยหลัง หนึ่งสุนัขหนึ่งอสรพิษก็ถอนหายใจโล่งอก ไม่รู้คิดไปเองหรือไม่ แต่พวกมันรู้สึกเสมอว่าเจียงผิงอันแข็งแกร่งกว่ากาลก่อน
พวกมันมิได้รู้สึกผิดไป นับแต่พวกเขาโชคดีฆ่าเซียนสวรรค์ผู้นั้นได้ ด้วยฤทธิ์คัมภีร์ตัดชีวิต พลังต่อสู้ของเจียงผิงอันจึงเพิ่มสูงจนน่ากลัว
สุนัขต้าเฮยฉีกยิ้ม กล่าวกับหลัวซู่ “ประมุขศาลาหลัว เราไปยึดสำนักกัน”
มันก็อยากได้พลังมาฟื้นตัวเองมากกว่านี้
หลัวซู่สัมผัสได้ชัดเจนว่าท่าทีของยอดฝีมือทั้งสองต่อนางเปลี่ยนแปลงไป ก่อนหน้านี้พวกมันเมินเฉย แต่ยามนี้กลับกระตือรือร้นอยากช่วยเหลือแสน ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเจียงผิงอัน
นางถามอย่างสงสัย “สถานะของเจียงผิงอันในสำนักที่ภพเซียนสูงมากเลยหรือ?”
“ไม่รู้สิ อาจจะนะ” เอ้อร์ไป๋ตอบ
“ไม่รู้? มิใช่พวกเจ้าถูกสำนักที่ภพเซียนส่งมาอารักขาเจียงผิงอันหรือ?” หลัวซู่ถามอย่างงุนงง
“เปล่า เราเอาชนะเขาไม่ได้ เลยถูกเขาบังคับควบคุมน่ะ” สุนัขต้าเฮยข่มเขี้ยวตอบ
“พวกเจ้าเอาชนะเขาไม่ได้? เป็นไปได้เช่นไร! พวกเจ้าเป็นยอดฝีมือระดับเซียนนะ! เจียงผิงอันยังไม่บรรลุเซียนเลยแท้ ๆ” หลัวซู่ผงะอกกระเพื่อมเป็นลูกคลื่น