นไม่ไหว
“ฮ่า ๆ”
ชิวซื่อผิงแผดเสียงหัวเราะลั่น “ตัวข้าชิวซื่อผิง อัจฉริยะอันดับหนึ่งในรอบแสนปีของภพบุกเบิก เป็นเลิศเหนืออัจฉริยะใดทั่วภพบุกเบิก บรรลุถึงภพเซียนก็ยิ่งเหมือนมัจฉาคืนวารี ได้เป็นผู้อาวุโสในสำนักเซียนอวี่หวง มิคาดเลยว่าสุดท้าย ข้าจะมาพ่ายผู้ฝึกตนซึ่งยังไม่บรรลุเซียนคนหนึ่ง เจ้าเป็นใครกันแน่? เป็นเซียนกลับชาติหรือไร?”
เขาตรวจสอบข้อมูลของเจียงผิงอันมาแล้ว เจียงผิงอันผู้นี้เหมือนปรากฏตัวจากอากาศธาตุ ไม่มีอดีตให้สืบค้น ปรากฏตัวก็เผยฤทธิ์แข็งแกร่งทันที
เขาสงสัยว่าเจียงผิงอันจะมิได้มาจากภพบุกเบิก แต่เป็นเซียนกลับชาติสักนาม
เจียงผิงอันไม่ตอบ เหยียบขยี้บนหน้าอีกฝ่าย “เจ้าเหลวไหลมากไปแล้ว”
หลังจากรู้ว่าตนกำลังจะตาย ชิวซื่อผิงก็สงบใจเสสรวล
“ต่อให้เซียนผู้นี้ตกตาย ข้าก็ยังได้สำราญกับชีวิตนับหมื่น ๆ ปีแต่เจ้าเล่า? เป็นแค่สวะมิอาจบรรลุเซียน อายุขัยไม่มีทางพ้นสามหมื่นไม่ช้าก็เร็วเจ้าก็ต้องตาย ฮ่า ๆ!”
เปรี้ยง!
เจียงผิงอันไม่ชอบฟังอะไรเช่นนี้ เท้าของเขาเพิ่มแรง ศีรษะของชิวซื่อผิงระเบิดแหลกไปพร้อมดาวร้างดวงน้อยใต้เท้าเขา
พลังกลืนกินหลากริน กลืนเลือดทุกหยดของชิวซื่อผิงเข้าไป มิให้อีกฝ่ายได้ฟื้นคืน
เจียงผิงอันลุกขึ้น ผ่อนหายใจยาว กล่าวด้วยสายตาลึกล ้า “ข้ามิอาจเป็นเซียนแล้วเช่นไร ปุถุชนมีอายุขัยเพียงร้อยปี ข้ายังเหลือเวลาหมื่นปีก็พอแล้ว จะเสียใจก็แค่มิอาจฟื้นชีพบุพการีด้วยตนเองก็เท่านั้น”