เถอะ” เอ้อร์ไป๋ดึงสุนัขต้าเฮยที่กำลังจะพุ่งออกไปกลับมา มันก็อยากได้พลังมาฟื้นร่างกาย ก่อนหน้านี้ถูกเจียงผิงอันทำลายไปหนึ่งศีรษะจนบัดนี้ก็ยังไม่อาจฟื้นฟู
“ไสหัวไปซะเจ้างูตัวเหม็น!”
“เจ้าสิไสหัวไป ปรสิตน่าแขยง!”
สุนัขต้าเฮยและเอ้อร์ไป๋ในร่างมนุษย์ถลึงตาใส่กันอย่างเดือดแค้นพร้อมเปิดศึกกันได้ทุกเมื่อ
ยามหลัวซู่ ประมุขศาลาสาขาเห็นเจียงผิงอันพายอดฝีมือระดับเซียนมาสามตัวตน หัวใจอันสิ้นหวังก็คืนความชุ่มชื้นนิดหน่อย ทว่าในยามจวนตัวเช่นนี้ ไฉนยังตีกันเองไม่จบสิ้นหนอ?
“พวกเจ้าไม่ต้องเถียงกัน น่ารำคาญ พวกเจ้าลงมือด้วยกันนั่นแหละ”
เจียงผิงอันชำเลืองคู่สุนัขอสรพิษ หลังกล่าวเช่นนี้ก็หันกายเหินไปหาเฉียนฮวั่นโหรว ไม่สนใจเซียนทั้งหลายอีก
“ขอโทษนะเสี่ยวเซียง ข้ามาช้าไป”
ผ่านไปพันกว่าปีนับแต่แยกจากกันครั้งสุดท้าย รูปลักษณ์ของเสี่ยวเซียงมิได้แปรเปลี่ยน นางยังคงสวยสดงดงาม ให้บรรยากาศสง่างามสูงศักดิ์เยี่ยงจักรพรรดินี ผู้คนทั่วไปละอายมิกล้ามองนางตรง ๆ
“ไม่หรอก ทันเวลาพอดีเลย”
ในสายตาของเฉียนฮวั่นโหรวมีเพียงเจียงผิงอัน ชายผู้นี้เติบใหญ่และเด็ดเดี่ยวกว่ายามจากจร ความอ่อนต่อโลกน้อยลง ให้ความรู้สึกมั่นคงขึ้น
ใกล้กันนั้น หลัวซู่และศิษย์คนอื่น ๆ เห็นทั้งสองจ้องตาหวานซึ้งก็แทบกระอักเลือด
เฮ้ย ๆ พวกเจ้าสองคนทำอะไรกัน? ไฉนมัวระลึกความหลังกันอยู่ได้ ไม่เห็นเซียนเป็นโขยงบนฟ้านั่นหรือ!
เฉียนฮวั่นโหรวไหวตัวเฉียบพลัน แ