ึกศาลาสาขาเติงเซียนเอาไว้ ต่อให้เป็นเซียนมนุษย์ก็เลิกหวังหลุดออกไปในชั่วกาลสั้นๆ ได้เลย
เห็นเช่นนี้ ทุกดวงใจก็เปี่ยมล้นด้วยความสิ้นหวัง
“เจียงผิงอันสมควรตาย! ทุกอย่างเป็นเพราะเขา ข้าไม่เกี่ยวอะไรกับเขาแท้ ๆ แต่ก็ต้องมารับเคราะห์เพราะเขาด้วย”
“ฮือ ข้ายังไม่อยากตาย ข้ายังมีคู่บำเพ็ญ ยังมีญาติมิตรพ่อแม่อยู่นะ”
“ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ ข้าเป็นเพียงศิษย์ตาดำ ๆ ไม่รู้จักเจียงผิงอันเลยสักนิด!”
ศิษย์ทั่วไปมากมายขวัญผวาจนคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาพวกเขาหลายคนเพิ่งเข้าร่วมสำนักได้ไม่กี่ปี ไม่รู้จักสักนิดว่าใครคือเจียงผิงอันจนเมื่อครู่
จู่ ๆ ก็พลอยติดร่างแห เป็นใครล้วนขุ่นข้องไม่เต็มใจ
ทว่าเซียนเหล่านี้เฉยเมย ทำเหมือนไม่รู้เห็นถึงคำอ้อนวอนเหล่านี้ ในสายตาเหล่าเซียน ผู้ฝึกตนเหล่านี้เป็นเพียงมดแมลง เพื่อป้องกันมิให้มดเหล่านี้แว้งกัดในภายหน้า พวกเขาก็ต้องถูกจัดการ
ค่ายกลพิทักษ์สำนักเริ่มวูบไหว ม่านพลังกำลังจะสิ้นสูญ
เซียนสิบกว่าคนประสานใช้อาวุธวิเศษ ปราณชวนสะพรึงกวาดกระหน ่าทั่วฟ้าดิน
เสียงโหยไห้เบื้องล่างเงียบกริบ ผลลัพธ์นั้นถูกกำหนดไว้แล้ว ไร้สิ่งใดพลิกสถานการณ์ได้ เซียนสิบกว่าคนลงมือ หากมิใช่เซียนปฐพีเข้าช่วย ใครมาก็ไร้ประโยชน์
ชิวซื่อผิงกวัดแกว่งกระบี่ในมือ ฟาดฟันใส่ม่านพลัง เร่งให้ม่านพลังเสื่อมสลาย
เปรี๊ยะ!
โล่พลังแหลกร้าว
ผู้ฝึกตนทั่วไปหลับตาลงรอความตาย
“หยุดนะ!!”
หนึ่งเสียงคำรามอย่างเดือดดา