ปก็ไร้ประโยชน์ หากจะตายก็ขอลากพวกนั้นไปด้วยบ้างแหละ”
นางไม่พอใจเจียงผิงอันสุดแสนจริงแท้ หากมิใช่เพราะเจียงผิงอันศาลาสาขาคงมิต้องเผชิญวิกฤติเสี่ยงตายเช่นนี้
แต่ก่อนหน้านี้พวกนางก็เคยเผชิญวิกฤติเกือบสิ้นศาลา หากมิใช่เพราะเจียงผิงอันและเฉียนฮวั่นโหรวช่วยเหลือ ศาลาสาขานี้คงล่มสลายไปนานแล้ว สรุปยามนี้คือพวกนางศาลาเติงเซียนสาขาแคว้นชางหลานสิ้นไร้ไม้ต่อ ไร้ความช่วยเหลือใด ๆ
เซียนมนุษย์สิบกว่ายามผนึกกำลัง เห็นได้ชัดว่าเพื่อป้องกันปัญหาภายหน้า นางทั้งสองเผชิญยอดฝีมือระดับเซียนมากมายเพียงนี้ ไร้หนทางรอดชีวิตใด ๆ
โดยเฉพาะชิวซื่อผิงซึ่งเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของภพบุกเบิกเมื่อแสนปีก่อน กระทั่งในสำนักที่ภพเซียนยังมีพลังต่อสู้แข็งแกร่งยิ่งในหมู่ยอดฝีมือขอบเขตเซียนมนุษย์ในภพบุกเบิก ไร้ผู้ใดเทียบชั้นเขาได้เลย
เมื่อเห็นม่านพลังของค่ายกลพิทักษ์สำนักกำลังจะเสื่อมสลายหลัวซู่ก็กำกระบี่ยาว สูดหายใจลึก ๆ แล้วตวาดลั่น “ศิษย์ทุกนามฟังบัญชา ยามค่ายกลพังทลาย รีบหนีไปทันที!”
ทั้งสองหนีไม่ได้ แต่ศิษย์ทั่วไปยังมีโอกาสหนี
ยามค่ายกลแตก นางจะให้ศิษย์เหล่านี้ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายรีบไปเสีย จะอยู่รอดได้หรือไม่ก็ขึ้นกับฟ้าลิขิตแล้ว
“คิดจะหนี? ฝันไปเถอะ! ใครก็ตามที่เกี่ยวข้องแม้เพียงเล็กน้อยกับเด็กเวรนั่นต้องตาย!”
ชิวซื่อผิงใช้ธงค่ายกลระดับเซียนสี่ผืนปกคลุมทั่วฟ้าดิน อักขระเซียนบนธงค่ายกลทั้งสี่ลอยออกมาเชื่อมประสานกัน ผน