ึ้นไปนั่งท้ายจักรยานของหลี่ฉีหมิ่น อันจิ่วเม่ยโค้งศีรษะเอ่ยขอบคุณหลี่ฉีหมิ่น “ขอบคุณนะคะพี่รอง”“ไม่ต้องเกรงใจหรอก” หลี่ฉีหมิ่นตอบพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นจักรยานเริ่มเคลื่อนตัวออกจากบ้าน หลี่เจียเฟิ่งหันกลับมามองอันจิ่วเม่ยที่ยืนส่งเขาอยู่ตรงประตูบ้าน สายตาของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยอันจิ่วเม่ยมองตามจนกระทั่งร่างของทั้งคู่ลับสายตา เธอยืนนิ่งอยู่พักหนึ่งก่อนจะเผลอระบายยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวหลี่เจียเฟิ่งกลับถึงฐานทัพในยามค ่าคืน หลังจากการเดินทางอันยาวนาน เมื่อเขาเปิดประตูห้องพักและพบกับความเงียบงันที่อบอวลอยู่รอบตัว ใจของเขาก็พลันรู้สึกว่างเปล่า ภาพของอันจิ่วเม่ยที่เคยเดินวนเวียนดูแลเขาอยู่ในบ้านยังคงชัดเจนในหัว ความคิดถึงที่ท่วมท้นทำให้หลี่เจียเฟิ่งใช้เวลานานกว่าจะหลับตาลงได้เช้าวันถัดมา เขาเรียกนายทหารคนสนิทมาพบในห้องทำงาน สีหน้าของเขาเย็นชาและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น“ได้ความว่ายังไงบ้าง เรื่องจดหมายที่ฉันส่งกลับไปบ้าน ทำไมมันถึงไม่ถึงมือคนรับ? ใครที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้?” น ้าเสียงของเขาทรงอำนาจและเด็ดขาดไม่นาน หลี่เจียเฟิ่งก็ได้รับรายงานจากนายทหารคนสนิท ใจของเขาเต้นแรงด้วยความโกรธขณะฟังคำตอบ
“ผู้กองครับ เราตรวจสอบแล้ว พบว่าจดหมายทั้งหมดที่คุณส่งถึงบ้านถูกเก็บไว้โดยสหายหลัวลี่เซียน และ…จดหมายที่คุณได้รับจากบ้านก็ถูกเธอเผาทิ้งไปทั้งหมดครับ”คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ หลี่เจียเฟิ่งกัดฟ