ร่าง“โอ๊ย! คุณย่า ตีผมทำไมครับ โอ๊ย! เบา ๆ หน่อย!” หลี่เจียเฟิ่งพยายามหลบมือย่าอัน พร้อมกับร้องลั่น“เด็กบ้า! ทำไมไม่เคยเขียนจดหมายกลับมาบ้าง ห้ะ! ฉันเห็นแต่หลานฉันคอยเขียนจดหมายส่งไปให้เธอตลอด คิดบ้างไหมว่าเราจะเป็นห่วงขนาดไหน!”อันจิ่วเม่ยและยวี่เฟยมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง
“…” อันจิ่วเม่ย“…” ยวี่เฟยเสียงหัวเราะเบา ๆ ของอันจิ่วเม่ยดังขึ้นเมื่อเธอเห็นหลี่เจียเฟิ่งโดนคุณย่าสั่งสอนอย่างหนักสุดท้าย หลี่เจียเฟิ่งก็ได้แต่นั่งรับฟังเสียงต่อว่าจากย่าอันด้วยท่าทางอ่อนลงอย่างไม่คาดคิด…หลังจากที่หลี่เจียเฟิ่งถูกย่าอันบ่นจนหนำใจ เขาก็คุกเข่าสำนึกผิดจนตะคริวเริ่มกิน ขณะที่ย่าอันมองดูเขาด้วยแววตาพึงพอใจ หญิงชราเอ่ยเสียงเข้มแต่แฝงความอบอุ่น“เอาล่ะ! พอแล้ว ทีนี้ก็ไปกินข้าวกัน เด็ก ๆ พวกนี้ต้องได้กินอาหารดี ๆ ถึงจะมีแรงกัน!” ย่าอันหันไปพูดกับยวี่เฟย “ไปช่วยย่าทำอาหารหน่อย แล้วก็เอาไปฝากที่บ้านเธอด้วยนะ”“ได้ค่ะคุณย่า” ยวี่เฟยตอบรับอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะประคองย่าอันเข้าครัว ปล่อยให้หลี่เจียเฟิ่งกับอันจิ่วเม่ยอยู่ด้วยกันหลี่เจียเฟิ่งนั่งลงข้าง ๆ อันจิ่วเม่ย เขามองเธออย่างจริงจัง ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบา ๆ “เธอเขียนจดหมายหาฉันตลอดเลยเหรอ?”อันจิ่วเม่ยยิ้มบาง ๆ แล้วตอบด้วยเสียงใส “ใช่สิ ตลอดสองปีเลยถึงคุณจะบอกว่าไม่ต้องเขียนตอบจดหมายฉบับสุดท้ายของคุณก็
เถอะ แต่ฉันกลัวคุณจะลืมไปว่าคุณยังมีครอบครัวอยู่” เธอท