หลี่เจียเฟิ่งนิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากละทิ้งเธอไป แต่สุดท้ายก็ต้องยอมปล่อยให้ทีมแพทย์พาเธอเข้าไปเวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง ประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออก หมอหนุ่มในชุดกาวน์เดินออกมาพร้อมใบหน้าที่ดูผ่อนคลาย หลี่เจียเฟิ่งรีบพุ่งเข้าหา“อันจิ่วเม่ยเป็นยังไงบ้างครับ?” เขาถาม น ้าเสียงเต็มไปด้วยความกังวลหมอยิ้มบาง ๆ พร้อมกล่าวด้วยน ้าเสียงอ่อนโยนว่า “เธอปลอดภัยแล้วครับ แต่ร่างกายมีร่องรอยบาดเจ็บอยู่หลายจุด ส่วนศีรษะของเธอเราได้ทำการเอ็กซเรย์และตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว โชคดีที่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงถึงขั้นอันตราย อย่างไรก็ตาม เธอมีบาดแผลเปิดบางแห่งที่ต้องเย็บ และกระดูกตรงข้อเท้ามีรอยร้าวเล็กน้อย หมอจะใส่เฝือกไว้ประมาณสองสัปดาห์ แล้วค่อยมาถอดออกครับ”หลี่เจียเฟิ่งพยักหน้า แต่ยังไม่คลายความกังวล “แล้วที่เธอหมดสติล่ะครับ เกิดจากอะไร?”“ส่วนใหญ่เกิดจากความเจ็บปวดและความเหนื่อยล้าสะสมร่างกายของเธอรับภาระหนักเกินไปในช่วงเวลาสั้น ๆ อาการนี้ไม่ต้องกังวลมาก พักฟื้นสักหน่อยก็น่าจะดีขึ้น”
คำพูดของหมอทำให้หลี่เจียเฟิ่งถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาขอบคุณหมอก่อนจะเดินตามพยาบาลไปยังห้องพักฟื้นที่อันจิ่วเม่ยถูกย้ายไปในห้องพักฟื้น แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างอันจิ่วเม่ยนอนนิ่งอยู่บนเตียง ใบหน้าของเธอยังคงซีดเซียว แต่ดูสงบและอ่อนโยนกว่าที่หลี่เจียเฟิ่งเห็นครั้งแรก เขานั่งลงข้างเตียง มือหนาเ