ยังไม่ทันที่ซื่อหงจะตั้งตัว อันจิ่วเม่ยก็รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายพุ่งตัวเข้าไปล็อกคอซื่อหงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระแทกศีรษะของอีกฝ่ายเข้ากับเสาไม้ด้วยแรงทั้งหมดที่มีร่างของซื่อหงล้มกระแทกพื้นอย่างแรง เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น พร้อมกับอาการมึนงงจากแรงกระแทกที่ได้รับขณะเดียวกัน อันจิ่วเม่ยรีบดีดตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ความเจ็บปวดจากขาที่บาดเจ็บจะราวกับถูกฉีกขาดเป็นชิ้น เธอก็ทำได้เพียงกัดฟันอดทนเพื่อยืนหยัดต่อไปอันจิ่วเม่ยยืนหยัดเผชิญหน้ากับชายสองคนตรงหน้า ปลายมีดในมือของเธอจ่อไปยังโจรทั้งสองที่ยังยืนนิ่งด้วยความตกตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น แววตาของเธอฉายชัดถึงความดุดันและการไม่ยอมแพ้ทำให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความตึงเครียดและทรงพลัง“อย่าเข้ามา!” อันจิ่วเม่ยตวาด น ้าเสียงแม้จะสั่นแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่น “ถ้าพวกแกเข้ามา ฉันจะฟันมีดไปมั่ว ๆ! ถ้าไม่อยากให้คอของแกขาด…ก็ถอยไปซะ!”คำประกาศกร้าวของเธอทำให้โจรทั้งสองชะงักค้าง พวกมันสบตากันด้วยความลังเล ใบหน้าฉายแววหวาดระแวง และในใจก็เต็มไปด้วยความสงสัยปนงุนงง ยัยนี่ไปเอามีดมาจากไหนกัน!
บาดแผลจากการถูกแทงของชายกำยำเป็นเครื่องเตือนใจว่าการประมาทอันจิ่วเม่ยไม่ใช่ทางเลือกที่ดี โจรทั้งสองจึงยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้มากกว่านี้อันจิ่วเม่ยค่อย ๆ เดินถอยหลังอย่างระมัดระวัง ร่างของเธอกะเผลกเพราะความเจ็บปวดที่ขา ซ