อื้อมไปลูบแก้มของเธอเบา ๆ“จิ่วเม่ย…” เขาเรียกชื่อเธอเสียงแผ่วเบา ความรู้สึกผิดยังคงคุกรุ่นในใจ“จิ่วเม่ย ฉันขอโทษนะ” เขากระซิบด้วยน ้าเสียงหนักแน่น สัญญากับตัวเองว่าจะปกป้องเธอไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตามอันจิ่วเม่ยลืมตาขึ้นช้า ๆ ภาพแรกที่เห็นคือเพดานสีขาวสะอาดตา กลิ่นที่คุ้นเคยของโรงพยาบาลลอยมาแตะจมูก เธอกระพริบตาสองสามครั้งพยายามปรับสายตา ความรู้สึกเจ็บปวดที่กระจายอยู่ทั่วร่างกายทำให้เธอรู้ว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่มือของเธอขยับเล็กน้อยก็รู้สึกได้ว่ามีสัมผัสอบอุ่นจากมือหนาของใครบางคนที่จับกุมอยู่ อันจิ่วเม่ยเหลือบตามองชายที่นั่งอยู่ข้างเตียง เมื่อเธอขยับตัวเล็กน้อย เขาก็รู้สึกตัวทันที
“จิ่วเม่ย! ตื่นแล้วเหรอ!” หลี่เจียเฟิ่งเอ่ยด้วยน ้าเสียงดีใจ เขารีบขยับตัวเข้ามาประคองเธอให้เอนตัวน้อยลงเพื่อไม่ให้เธอฝืนแรงมากเกินไปอันจิ่วเม่ยพยายามเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่เสียงกลับแหบพร่า มีเพียงคำสั้น ๆ ที่เล็ดรอดออกมา “น ้า…”หลี่เจียเฟิ่งไม่รอช้า เขารีบลุกขึ้นไปเทน ้าใส่แก้ว จากนั้นกลับมานั่งลงข้างเตียงพร้อมกับช่วยประคองศีรษะของเธอขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ดื่มน ้าได้ง่ายขึ้น “ค่อย ๆ นะ”น ้าเย็นไหลผ่านลำคอช่วยให้ความรู้สึกกระหายบรรเทาลง อันจิ่วเม่ยพยักหน้าขอบคุณเขาเบา ๆ ก่อนจะเริ่มมีเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้าง แม้ความเจ็บปวดตามร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณศีรษะและสะโพก จะยังคงอยู่ เธอค่อย ๆ ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อพยายามลุกขึ้