หลังจากที่หลี่เจียเฟิ่งเดินเข้าไปเพียงไม่นาน กลิ่นฝิ่นก็ลอยมาแตะจมูก กลิ่นฉุนเฉพาะตัวนั้นทำให้หลี่เจียเฟิ่งต้องนิ่วหน้า เขาเดินต่อไปอย่างไม่ลังเล จนกระทั่งพบกับรอยเลือดจาง ๆ บนพื้นเขาย่อตัวลงแตะรอยเลือดนั้น พบว่ามันยังไม่แห้งสนิท บ่งบอกว่าเหตุการณ์น่าจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ สีหน้าของหลี่เจียเฟิ่งพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ร่องรอยนี้ทำให้ภาพในอดีตผุดขึ้นมาในหัวอย่างเจ็บปวด ครั้งแรกที่เขาพบอันจิ่วเม่ย พร้อมใบหน้าอาบเลือดของเธอ“จิ่วเม่ย…” เขาพึมพำ ดวงตาวาววับด้วยความกังวลและโทสะก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งที่กำลังพิงกำแพง นั่งสูบฝิ่นด้วยท่าทางเมามายหลี่เจียเฟิ่งรีบตรงเข้าไปคว้าคอเสื้อของชายคนนั้นกระชากขึ้นอย่างแรง “แก! เห็นผู้หญิงผ่านมาแถวนี้ไหม!” เสียงของเขาเย็นเยียบจนทำให้ชายที่สูบฝิ่นสะดุ้งโหยงชายสูบฝิ่นที่ดูเหมือนจะเมามาย ตอบกลับด้วยน ้าเสียงเชื่องช้า“ผู้หญิงอะไร…ไม่เห็น…ไม่รู้เรื่อง…”ความอดทนของหลี่เจียเฟิ่งหมดลง เขาตบหน้าชายคนนั้นเต็มแรง เสียงดังเพี้ยะสะท้อนไปในความมืด
“แกจะตอบคำถามให้ชัดเจน หรือฉันต้องใช้วิธีอื่น!” หลี่เจียเฟิ่งคำรามชายสูบฝิ่นที่ถูกตบจนได้สติกลับมาเห็นเครื่องแบบทหารของหลี่เจียเฟิ่ง ใบหน้าของเขาซีดเผือด ขาอ่อนจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น“ผม…ผมไม่ได้ทำอะไรนะครับ!” เขารีบร้อนพูด น ้าเสียงสั่นหลี่เจียเฟิ่งบีบคอเสื้อของอีกฝ่ายแน่นขึ้น “ฉันจะให้โอกาสแกอีกครั้ง แ