” อันจิ่วเม่ยจุกจนแทบหายใจไม่ออก ร่างกายของเธอปวดร้าวจนแทบจะควบคุมสติไม่ได้ชายร่างกำยำลูบแผลที่หลังของตัวเอง เลือดสีแดงสดไหลไม่หยุดเขาพูดเสียงเข้ม “พอแล้ว! ถ้าทำมันมากกว่านี้เดี๋ยวมันจะตายก่อนจะได้ส่งตัว รีบกลับไปทำแผลก่อนที่เลือดฉันจะหมด”เขาเตะเข้าไปที่กลางลำตัวของอันจิ่วเม่ยอีกครั้งอย่างไม่ปรานีก่อนจะจับร่างของเธอขึ้นพาดบ่าเหมือนเดิม อันจิ่วเม่ยที่ไร้เรี่ยวแรงขัดขืนทำได้เพียงกัดฟันทนความเจ็บปวดในขณะที่ชายทั้งสองกำลังจะเดินไปต่อ พวกเขาก็เหลือบไปเห็นชายวัยกลางคนที่กำลังนั่งพิงกำแพง สูบฝิ่นด้วยท่าทางเมามายชายร่างผอมกระซิบด้วยความระแวง “จัดการมันไหม? เผื่อมันไปแจ้งตำรวจ”ชายร่างกำยำมองชายดูฝิ่นด้วยสายตาดูแคลนก่อนจะส่ายหน้า“ไม่ต้อง มันเมาขนาดนั้น คงไม่รู้เรื่องอะไร เสียเวลาหาที่ซ่อนศพ อีก
อย่างตอนนี้แผลฉันเลือดไหลไม่หยุด ต้องรีบไปทำแผลก่อน ไม่งั้นฉันตายก่อนจะได้เงิน”ชายร่างกำยำเดินต่อไปพร้อมร่างของอันจิ่วเม่ยบนบ่า โดยไม่สนใจชายดูฝิ่นอีก ส่วนชายร่างผอมพยักหน้ารับและเร่งเดินตามแม้ว่าแผลจากมีดของอันจิ่วเม่ยจะไม่ลึกพอที่จะเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่เลือดที่ไหลไม่หยุดทำให้ชายร่างกำยำเริ่มกระวนกระวาย“มันไปเอามีดมาจากไหนกัน” ชายร่างกำยำพึมพำอย่างสงสัยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนักทั้งสองรีบพาตัวอันจิ่วเม่ยมุ่งหน้าไปยังสถานที่นัดหมายกับผู้ว่าจ้าง เส้นทางที่เลือกนั้นเปลี่ยวร้างและเงียบสงัด ทิ้งไว้เพียงร่องรอย