การต่อสู้เมื่ออันจิ่วเม่ยลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ความรู้สึกแรกที่ถาโถมเข้ามาคือความรู้เจ็บปวดไปทั่วร่าง สายตาของเธอปรับตัวเข้ากับความมืดสลัวในห้องโล่ง ๆ โทรม ๆ ที่เต็มไปด้วยคราบสกปรก ผนังซีดเซียวแตกร้าว และกลิ่นอับชื้นที่ตีขึ้นจมูกจนแทบสำลักร่างของอันจิ่วเม่ยอ่อนแรงลง ภาพตรงหน้าพร่าเลือน เธอรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่กระแทกเข้ามาไม่หยุด ทำให้สติของเธอเริ่มเลือนรางแต่ในใจเธอยังคงฮึดสู้ หวังหาทางรอด
เธอพยายามขยับตัว แต่เพียงเล็กน้อยก็รับรู้ถึงแรงรัดแน่นของเชือกหนาที่พันธนาการเธอไว้กับเสาไม้กลางห้อง เชือกบาดผิวจนรู้สึกเจ็บร้าวข้อมือและข้อเท้าถูกมัดแน่นจนไม่อาจขยับได้แม้เพียงนิด ขณะที่ปากก็ถูกอุดด้วยผ้าสกปรกจนพูดอะไรไม่ได้อันจิ่วเม่ยที่พยายามประคองสติอย่างเต็มที่ ค่อย ๆ ปะติดปะต่อความจริงบางอย่างเข้าด้วยกัน ตลอดเวลาที่ถูกพาตัวมา เธอพยายามนับจำนวนก้าวและคาดคะเนเส้นทางอยู่ในใจจนมั่นใจว่าตัวเองยังไม่ได้ถูกพาออกไปนอกเมือง พวกคนร้ายเลือกที่จะซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง และสถานที่แห่งนี้ไม่น่าจะห่างจากบ้านของฟางหรูมากนักในใจเธอเริ่มมีความหวัง แม้จะเลือนรางแต่ก็พอมีแสงสว่างรำไรเธอรู้ว่าฟางหรูอออกจากบ้านเจอจักรยานของเธออาจสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง หากโชคดีฟางหรูจะเป็นคนเดียวที่ช่วยเธอได้ในเวลานี้“ใจเย็นไว้จิ่วเม่ย…” เธอบอกตัวเองในใจ พยายามสะกดกลั้นความกลัวที่ล้นทะลัก สูดลมหายใจลึกแม้จะรู้สึกอึดอ