ัดจากผ้าที่อุดปากไว้
อันจิ่วเม่ยพยายามสะบัดศีรษะเพื่อเรียกสติที่พร่าเลือนของตนให้กลับคืน เธอได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนเข้ามาใกล้ เสียงเปิดประตูดังเอี๊ยดอ๊าดทำให้เธอต้องกลั้นใจมองไปยังทางเข้าชายฉกรรจ์สองคนเดินเข้ามาในห้อง ทั้งคู่มีใบหน้าที่เธอจำได้อย่างขึ้นใจ หนึ่งในนั้นเป็นชายร่างผอมบางผิวคล ้า อีกคนรูปร่างกำยำ ใบหน้าประดับด้วยรอยแผลที่หน้าผากสิ่งที่ทำให้อันจิ่วเม่ยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง คือการปรากฏตัวของหญิงวัยกลางคนที่เดินกระเผลกเข้ามาพร้อมไม้เท้าซื่อหง!“ใช่… ฉันเอง!” ซื่อหงแสยะยิ้มเย้ยหยัน ใบหน้าฉายแววเคียดแค้น เมื่อเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของอันจิ่วเม่ย “ฉันรอวันนี้มานานเหลือเกิน นังตัวดี! เธอทำชีวิตฉันพังพินาศจนไม่มีชิ้นดี!”อันจิ่วเม่ยพยายามพูดทั้งที่ถูกมัดปาก เสียงของเธออู้อี้แต่ซื่อหงก็จับใจความได้ซื่อหงแสยะยิ้ม “อยากพูดอะไรก็พูดไปเถอะ ฉันจะทำให้เธอเจ็บปวดเหมือนที่ฉันเจอ!”เธอยกไม้เท้าขึ้นฟาดลงบนใบหน้าของอันจิ่วเม่ยอย่างแรง อันจิ่วเม่ยรู้สึกถึงรสโลหิตที่ริมฝีปาก เธอพยายามดิ้นเพื่อให้หลุด แต่เชือกที่มัดแน่นทำให้เธอไม่มีทางขยับได้
ซื่อหงเดินเข้ามาใกล้ พร้อมแววตาเต็มไปด้วยความแค้น เธอยกไม้เท้าชี้หน้าของอันจิ่วเม่ย “ฉันรอวันนี้มานานมาก เธอทำให้ชีวิตฉันพังยับเยิน ลูกชายฉันโดนตัดสินให้ติดคุกตลอดชีวิต เพราะคำสารภาพของโจรที่เธอส่งไป หมู่บ้านหนานเทียนก็มองฉันเป็นตัวประหลาด!”ซื่อหงหย