ุดเพื่อสูดลมหายใจ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด “ขาฉัน…ต้องกลายเป็นแบบนี้ เพราะเธอ!”ซื่อหงกระชากหัวของเธอแล้วผลักให้กระแทกกับเสาไม้ “รู้ไว้เถอะ ฉันยังไม่จบกับเธอง่าย ๆ!”“พอได้แล้ว!” ชายฉกรรจ์ร่างกำยำที่ยืนดูอยู่ตวาดขึ้น “ฉันต้องเอาตัวมันไปส่งลูกค้า เธออย่าทำให้มันเสียโฉมจนราคาตกสิ!”ซื่อหงหัวเราะเสียงดังอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะถ่มน ้าลายใส่ใบหน้าของอันจิ่วเม่ย “ฉันไม่ทำให้มันพรุนหรอกไม่ต้องห่วง!” เธอพูดพลางยกไม้เท้าขึ้นอีกครั้ง คราวนี้กระชากหัวของอันจิ่วเม่ยแล้วโขกกับเสาไม้เต็มแรงในเวลาเดียวกัน…ฟางหรูที่กำลังเตรียมตัวออกไปทำงานกะบ่าย เดินออกจากบ้านด้วยกระเป๋าเป้ใบเล็กสะพายอยู่บนหลัง ความรู้สึกสบายใจที่ยังคงเหลืออยู่จากการพบปะพูดคุยกับอันจิ่วเม่ยก่อนหน้านี้ ทำให้เธอเดินออกจากบ้านด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มบาง ๆ
ทว่าทันทีที่ก้าวออกมาถึงปากซอย ดวงตาของฟางหรูก็สะดุดกับบางสิ่งที่ทำให้ฝีเท้าของเธอหยุดชะงักกลางคันจักรยานสีชมพูคันหนึ่งล้มอยู่กลางถนนในตรอกเล็ก ๆ ตะกร้าไม้ที่ติดอยู่ด้านหน้าหลุดออกมา ข้าวของที่เคยอยู่ภายในตระกร้าก็กระจัดกระจายเกลื่อน ลูกอมเม็ดเล็ก ๆ ซึ่งเคยบรรจุอย่างเรียบร้อยในถุงกระดาษฟางหรูยืนนิ่งชั่วครู่ ก่อนที่ความตกใจจะพุ่งทะลักขึ้นมาในอกเธอจ้องมองจักรยานคันนั้นอย่างตั้งใจ พยายามตรวจสอบว่ามันคือสิ่งที่เธอคิดหรือไม่“จักรยานของจิ่วเม่ย!” เสียงของฟางหรูหลุดออกมาเบา ๆ แต่เต็มไ