อันจิ่วเม่ยไม่ใส่ใจท่าทีของเยี่ยนเอ๋อ เธอพูดต่อด้วยน ้าเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยน ้าหนักของคำ“ฉันจะบอกให้ชัดเจน การที่เธอถูกไล่ออกจากโรงงานไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน แต่ถ้าอยากได้คำตอบจริง ๆ ฉันจะบอกใบ้ให้… รองหัวหน้ากงหยางซื่อ มีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับคนในตระกูลหลัว”คำว่า ‘ตระกูลหลัว’ ทำให้เยี่ยนเอ๋อแข็งค้างอยู่กับที่ เธอพยายามประมวลผลคำพูดของอันจิ่วเม่ยตระกูลหลัว? รองหัวหน้าโรงงานรู้จักกับตระกูลหลัว… แล้วเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้? หรือว่า… หลัวลี่เซียน!เธอรู้สึกเหมือนถูกกระแทกด้วยข้อมูลที่ไม่คาดคิดอันจิ่วเม่ยมองเยี่ยนเอ๋อด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะยกยิ้มออกมาช้า ๆ ที่ยิ้มไปไม่ถึงดวงตา “ดูเหมือนว่าเธอจะไปเหยียบหางใครเข้าโดยไม่รู้ตัวแล้วล่ะ”พูดจบ อันจิ่วเม่ยก็ถอนหายใจเบา ๆ แล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในร้านอาหาร ทิ้งให้เยี่ยนเอ๋อยืนกัดฟันแน่นอยู่กับที่ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและความไม่พอใจเมื่อกลับเข้ามาในร้าน ฟางหรูที่นั่งรอด้วยความกังวลรีบเอ่ยถามทันที “เป็นยังไงบ้าง? ”
อันจิ่วเม่ยยกยิ้มบาง ๆ พลางนั่งลงอย่างสบายใจ “ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่ เธอแค่เข้าใจฉันผิดน่ะ”ฟางหรูขมวดคิ้ว “หา?”“ไม่ต้องสนใจหรอกค่ะ กินข้าวกันเถอะ” อันจิ่วเม่ยตอบสั้น ๆพลางหยิบตะเกียบขึ้นมากินข้าวต่อ ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพียงเหตุการณ์เล็ก ๆ ในชีวิตเท่านั้นหลังจากมื้ออาหารจบลง อันจิ่วเม่ยสั่งอาหารสามอย่างใส่