กล่องเพื่อนำกลับบ้าน ฟางหรูยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะเป็นคนจ่ายค่าอาหารส่วนนี้ให้“พี่ฟางหรู ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันจ่ายเองได้” อันจิ่วเม่ยพยายามปฏิเสธอย่างสุภาพฟางหรูโบกมือพร้อมหัวเราะเบา ๆ “อย่าคิดมากเลย ถือว่าเป็นน ้าใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพี่เถอะ”อันจิ่วเม่ยจนปัญญา ได้แต่ยิ้มขอบคุณอีกฝ่ายด้วยความเกรงใจหลังจากนั้น เธอกล่าวลาฟางหรูด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ก่อนจะจูงจักรยานออกจากร้านอาหาร มุ่งหน้าสู่สถานีกำจัดขยะโดยไม่รีรอระหว่างทาง ลมเย็นพัดเอื่อย ๆ ทำให้การเดินทางในช่วงบ่ายนี้ไม่รู้สึกร้อนเท่าที่ควร อันจิ่วเม่ยคิดถึงเรื่องสำคัญที่จะต้องพูดคุยกับลู่เหอเกี่ยวกับโครงการเสื้อผ้าที่เธอวางแผนไว้สำหรับอีกสองปีข้างหน้า
เมื่อมาถึง อันจิ่วเม่ยเห็นลู่เหอนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ใกล้ลานแยกขยะกำลังก้มหน้าก้มตากรอกเมล็ดแตงโมคั่วใส่ถุงกระดาษอย่างตั้งใจข้าง ๆ ยังมีถ้วยกระดาษที่ดูเหมือนจะพับด้วยมือวางอยู่เป็นกองเธอจอดจักรยานไว้ที่มุมประจำ ก่อนจะเดินเข้าไปทักทายคุณปู่กุ้ยฉางที่กำลังแยกขยะอย่างขะมักเขม้น“คุณปู่สวัสดีค่ะ!” อันจิ่วเม่ยส่งเสียงอย่างร่าเริงคุณปู่เงยหน้าขึ้นพลางหัวเราะเบา ๆ “มาแล้วเหรอ?” เขาพยักพเยิดไปทางลู่เหอที่ยังง่วนอยู่กับงานตรงหน้า “นั่นไง ลู่เหอกำลังเตรียมของไปขาย รอเธออยู่นั่นแหละ”ลู่เหอเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียง ท่าทางนิ่งขรึมของเขาแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบาง ๆ “สหายอัน มาแล้วเหรอ”อันจิ่วเม่ยยิ้มรับ ก่อนจ