ญคุณใครกันแล้ว ตอนนี้เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะคะ แถมพี่ก็แก่กว่าฉันด้วยคุยกันเองกับฉันเถอะค่ะ”
“ฮ่า ๆ ก็ได้ ถ้าเธอว่าอย่างนั้น” ลู่เหอยิ้มพลางถามต่อ “แล้วนี่เธอมีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันเหรอ?”หลังจากบทสนทนาเล็กน้อยจบลง อันจิ่วเม่ยลุกขึ้นหมุนตัวหนึ่งรอบ พลางเอ่ยถามด้วยน ้าเสียงติดขี้เล่น “พี่ลู่ คิดว่าไงคะ?”ลู่เหอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนสังเกตเห็นชุดที่อันจิ่วเม่ยสวมใส่“เอ่อ… ชุดเธอสวยดี” เขาเอ่ยชมอย่างจริงใจอันจิ่วเม่ยยิ้มแห้ง ๆ ในใจคิดว่าบางครั้งหุ้นส่วนที่เธอคาดหวังอาจซื่อไปหน่อย แต่เธอก็อดหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้ลู่เหอที่ดูเหมือนจะรู้ตัวว่าเขาตอบไม่ตรงจุด รีบพูดต่อ “เป็นชุดที่แปลกใหม่ดี เธอทำเองเหรอ?”อันจิ่วเม่ยพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ใช่ค่ะ ฉันออกแบบเองทั้งหมดและนี่คือสิ่งที่ฉันอยากจะคุยกับพี่ ฉันมีโครงการขายเสื้อผ้าที่ตั้งใจจะเริ่มในอีกสองปีข้างหน้า และอยากชวนพี่ลู่มาเป็นหุ้นส่วนฉัน”อันจิ่วเม่ยพูดต่อ“ครั้งแรกที่เราเจอกัน ฉันบอกพี่ว่ามันยังไม่ถึงเวลาของฉัน แต่ตอนนี้มันถึงเวลาแล้วค่ะ”อันจิ่วเม่ยพูดด้วยน ้าเสียงหนักแน่น ตอนนี้เธอสร้างชื่อเสียงมากมาย แถมตอนนี้ผลงานของเธอก็มีมาให้เห็นแล้ว ตอนนี้เธอพร้อมแล้ว อีกไม่นานประเทศจะเริ่มเปิด เธอต้องรีบวางแผนไว้
ลู่เหอยิ้มกว้าง เขารู้สึกว่าการตัดสินใจคบค้ากับอันจิ่วเม่ยเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุด ตั้งแต่ที่เธอเคยเสนอไอเดียขายโต้วทัง เขาก็รู้ว่าเธอเป็นคนที่ม