แทนน ้าใจเธอ อย่าปฏิเสธล่ะ”“โธ่ พี่ฟางหรู ของเยอะแยะขนาดนี้ ฉันจะกินหมดได้ยังไงกัน”อันจิ่วเม่ยหัวเราะเบา ๆ พลางมองของในมือด้วยความเกรงใจฟางหรูไม่พูดอะไรมาก รีบยัดของทั้งหมดลงในตะกร้าสะพายหลังของอันจิ่วเม่ยอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธรับไว้จริงๆตั้งแต่หย่ากับอดีตสามี ชีวิตของฟางหรูก็เริ่มเปลี่ยนไป เธอไม่ต้องแบ่งรายได้ที่หามาได้ให้ใครอีก เงินทุกบาทที่เธอเก็บสะสมจึงถูกนำมาใช้เพื่อคนที่เธออยากตอบแทน เช่นครั้งนี้ ที่เธอเตรียมของมาฝากอันจิ่วเม่ยด้วยความตั้งใจ
“พี่อุตส่าห์เตรียมมาให้แล้ว อย่าปฏิเสธเลยนะ ถือว่าเป็นน ้าใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จากฉันก็แล้วกัน” ฟางหรูพูดพลางยิ้มอย่างจริงใจขณะที่อันจิ่วเม่ยได้แต่ยิ้มตอบรับด้วยความซาบซึ้งในน ้าใจของอีกฝ่าย“รอพี่ก่อนนะ เดี๋ยวก็จะเปลี่ยนกะแล้ว” ฟางหรูพูดกับอันจิ่วเม่ยด้วยน ้าเสียงใจดีอันจิ่วเม่ยพยักหน้ารับอย่างยินดี “ได้ค่ะพี่”เธอตั้งใจอยู่แล้วที่จะพูดคุยเรื่องเสื้อผ้ากับฟางหรู ซึ่งเป็นหัวข้อที่พวกเธอเคยหารือกันไว้ครั้งก่อน เธอจึงเดินไปนั่งรอที่ม้านั่งหน้าร้านสหกรณ์ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยจอแจของผู้คนที่มาจับจ่ายใช้สอยไม่นานนัก พนักงานขายที่เคยพูดคุยกับอันจิ่วเม่ยในครั้งก่อนก็เดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้ม“น้องสาว สวัสดีจ้ะ!” เธอเอ่ยทักด้วยน ้าเสียงเป็นมิตร ดวงตาสดใสเป็นประกายอันจิ่วเม่ยเงยหน้าขึ้นมอง เห็นว่าเป็นพนักงานขายที่เธอคุยตอนพา