องดนตรีนี้ฉันเลือกมานานมากแล้ว บางทีภรรยาคุณอาจจะชอบก็ได้นะ ได้ยินว่าเธอยังเด็กมาก กำลังอยู่ในวัยที่สนใจของพวกนี้ คุณไม่อยู่บ้าน เธอคงเบื่อ บางที… เอาเถอะ ถือว่าฉันพูดเรื่อยเปื่อย ยังไงกล่องดนตรีนี้ก็ดีมาก อาจช่วยคลายเหงาให้เธอได้นะ!”เธอตั้งใจไม่พูดให้ชัดเจน ปล่อยให้หลี่เจียเฟิ่งเดาเอาเอง นี่แหละที่ร้ายกาจที่สุดถ้าเป็นคนอื่น อาจจะสงสัยไปแล้ว แต่หลี่เจียเฟิ่งไม่ได้คิดไปในทางนั้นเลย ในหัวมีแต่ประโยคเดียว ‘เธอยังเด็กมาก กำลังอยู่ในวัยที่สนใจของพวกนี้’เขานึกถึงจดหมายของอันจิ่วเม่ยที่บอกว่าสนใจคณะนาฏศิลป์คิดว่าคณะนาฏศิลป์ล้วนเป็นผู้หญิง ย่อมรู้ว่าเด็กสาวชอบอะไรหลัวลี่เซียนบอกว่าเด็กสาวชอบกล่องดนตรี อันจิ่วเม่ยก็น่าจะชอบ
เหมือนกัน เขาไม่รับของขวัญจากหลัวลี่เซียน แต่อาจซื้อให้อันจิ่วเม่ยเองก็ได้เห็นเขาไม่พูดอะไร หลัวลี่เซียนกำลังจะพูดอีกสองสามประโยคแต่จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัย ต้องรีบไปรวมพล หลี่เจียเฟิ่งรีบพูด“ขอบคุณสหายหลัวลี่เซียนมากครับ ผมซาบซึ้งในน ้าใจ แต่รับของขวัญไม่ได้ ผมยังมีธุระ ขอตัวก่อน”พูดจบ เขารีบออกไปรวมตัวกับคนอื่นอย่างรวดเร็วหลัวลี่เซียนที่ยืนอยู่ตรงนั้นถึงกับโมโหจนแทบคลั่ง ทำไมเขาถึงไม่ยอมฟังเธอพูดให้จบก่อนนะ!สัญญาณเตือนบ้านี่ มันดันมาดังเอาในเวลาสำคัญแบบนี้ได้ยังไง!เธอยังไม่ได้บอกหลี่เจียเฟิ่งเลยว่าอันจิ่วเม่ยกับเว่ยป๋อหลินกำลังคบหากัน ให้ตายเถอะ เธอโมโหจนแทบจะ