นหยิบขวดยาออกมาและช่วยทายาให้อันจิ่วเม่ยอย่างเบามือ ขณะนั้นท่านพูดขึ้นด้วยน ้าเสียงอบอุ่นปนหยอกล้อ“หลานทำแบบนี้ต่อหน้าย่าก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ครั้งหน้า ถ้าเจียเฟิ่งอยู่ด้วย ต้องอ่อนโยนหน่อยนะ รู้ไหม? อย่าให้สามีที่ดีแบบนั้นตกใจจนหนีไปล่ะ”“…” อันจิ่วเม่ยชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะมองคุณย่าอย่างหมดคำพูดแม้จะรู้ว่าคุณย่าอันหวังดี แต่พูดแบบนี้ออกมา เธอในฐานะผู้หญิงยุคใหม่ก็ไม่ชอบฟังจริงๆอดทนแล้วอดทนอีก เธอก็พูดว่า “คุณย่าคะ หนูก็เป็นตัวของตัวเอง เป็นยังไงก็เป็นแบบนั้น ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อใคร หลี่เจียเฟิ่งเองก็รู้มาก่อนแล้วว่าหนูเป็นคนแบบนี้ ยอมรับได้ก็ต้องยอมรับยอมรับไม่ได้ก็ต้องทน ใครใช้ให้พวกเราแต่งงานกันแล้วล่ะคะ?”ย่าอันตาโต ไม่คิดว่าหลานสาวที่รักจะพูดจาแบบนี้ได้
อะไรกันที่เรียกว่าแม้จะยอมรับไม่ได้ก็ต้องอดทน? มีลูกสะใภ้บ้านไหนกล้าพูดกับผู้ชายในบ้านแบบนี้?หลานสาวของเธอยังเด็กเกินไปจริง ๆ !ที่จริงแล้ว อันจิ่วเม่ยต้องการจะบอกว่า หลี่เจียเฟิ่งรู้ว่าเธอเป็นคนแบบไหนตั้งแต่ก่อนแต่งงานแล้ว ตอนนี้คิดจะเปลี่ยนแปลงก็สายเกินไปยิ่งไปกว่านั้น เธอก็ไม่ได้อยากจะเปลี่ยนแปลงอะไรการอธิบายอะไรมากมายกับคุณย่าคงไม่มีประโยชน์อะไร คนรุ่นเก่ามักมีความคิดที่ยึดติด และยังคงหลงเหลือเศษเสี้ยวของแนวคิดจากระบบศักดินาในอดีตอยู่บ้าง แม้จะพยายามพูดหรืออธิบายอย่างไร ก็คงยากที่จะเปลี่ยนความคิดได้อันจิ่วเม่ยจึงเลือกที