่จะไม่พูดอะไรมาก ขอเพียงแค่เธอและหลี่เจียเฟิ่งเข้าใจกันก็เพียงพอแล้วย่าอันมองหลานสาวอย่างเข้าใจ เมื่อได้ยินคำตอบของอันจิ่วเม่ยท่านก็รู้ดีว่าคนรุ่นใหม่มีความคิดที่แตกต่างจากคนรุ่นตัวเอง จึงไม่ได้เซ้าซี้หรือบังคับอะไรอีกหลังจากช่วยทายาให้เสร็จ ย่าอันก็ยิ้มบาง ๆ ก่อนปล่อยให้หลานสาวกลับเข้าห้องไปพักผ่อนตามสบาย
แค่จัดการบ้านร้างของตระกูลที่ไร้ทายาทสืบทอด ในหมู่บ้านให้เรียบร้อย ก็จะเริ่มทำเต้าหู้ได้แล้ว ตอนนั้นอันจิ่วเม่ยต้องไปดูแลทุกวันจึงควรพักผ่อนให้เต็มที่ในช่วงนี้ฟางเจียวเหม่ยถูกตีจนหน้าบวมปูด กลับไปยังจุดรวมตัวของเหล่ายุวชนผู้มีการศึกษาชุดอื่น ๆ ซึ่งทยอยลงมาทำงานในชนบทเช่นกัน ปกติเธอก็ไม่ได้สนิทกับใครอยู่แล้ว ยิ่งคราวนี้เมื่อคนเห็นสภาพของเธอ ทุกคนกลับทำหน้าเหมือนกำลังดูละครเรื่องหนึ่ง ไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยจริง ๆ“อย่ามายุ่งกับฉัน! ฮือๆ…”ฟางเจียวเหม่ยเพิ่งอ้าปากก็ร้องไห้ ทำเอาคนที่มองอยู่กลั้นหัวเราะไม่อยู่“สมน ้าหน้า! เตือนเธอตั้งนานแล้วว่าอย่าไปฝันเฟื่อง เธอไม่ฟังเอง! โดนตีไปแล้วถึงจะมาร้องไห้ จะมีประโยชน์อะไรล่ะ!”เหล่ายุวชนผู้มีการศึกษารุ่นเก่าที่อยู่ในจุดรวมตัวต่างพากันดูเรื่องสนุก ไม่มีใครคิดว่าฟางเจียวเหม่ยจะทำอะไรได้จริง ๆ เพราะในตอนนี้ อันจิ่วเม่ยเป็นคนที่ทำประโยชน์ให้การพัฒนาของหมู่บ้านอย่างมากมาย ได้รับความไว้วางใจและความสำคัญจากผู้นำหมู่บ้านไม่มีทางที่พวกเขาจะเข้าข้างฟ