ใจผิด จึงอธิบายว่า “ไม่เป็นไรหรอกพี่หลิวเหว่ย พี่ขาบาดเจ็บก็ต้องกินของดี ๆ เพื่อบำรุงร่างกาย ฉันแต่งงานแล้ว สามีดีกับฉันมาก ที่บ้านไม่ขาดของพวกนี้ พี่กินอย่างสบายใจเถอะ”
สองครอบครัวอยู่ห่างกัน ตอนแต่งงานก็กะทันหัน ไม่ทันได้แจ้งครอบครัวของป้าหนิงเหอ ตอนที่ป้ามาที่หมู่บ้านเธอก็ได้ยินจากคนในหมู่บ้าน ส่วนฉีหลิวเหว่ยที่หมดสติอยู่ก็ยิ่งไม่มีโอกาสรู้เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉีหลิวเหว่ยก็ตกใจชั่วขณะ แล้วก็รู้สึกดีใจอย่างจริงใจ คิดว่าเธอก็ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้แล้ว ไม่แปลกที่เธอจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ขณะที่กำลังคุยกันอยู่ อันหนิงเหอและฉีเหวินหยางก็มาถึง พวกเขาตื่นนอนแล้วไปหาคนที่หน้าห้องผ่าตัดแต่ไม่เจอ เจอหมอผู้หญิงคนหนึ่งที่นิสัยดีบอกว่ามาที่ห้องพักคนไข้นี้ จึงรีบมาหาเมื่อเห็นลูกชายตื่นแล้ว กำลังคุยกับอันจิ่วเม่ย ได้ยินเสียงอารมณ์ดี สองสามีก็โล่งใจไม่น้อย“ฉีหลิวเหว่ย! ในที่สุดลูกก็ปลอดภัยแล้ว แม่เป็นห่วงจนจะบ้าตายอยู่แล้ว!”อันหนิงเหอไม่อยากร้องไห้ แต่พอเห็นลูกชายปลอดภัยดี ความเศร้าและความกลัวในใจก็พลันมีทางระบายออกมา ไม่ว่าอย่างไรก็หยุดไม่ได้ฉีหลิวเหว่ยรู้สึกไม่สบายใจมาก เขาจับมือป้าสะใภ้นางเอกด้วยความรู้สึกผิดพลางพูดว่า “แม่ครับ ลูกชายไม่กตัญญู ทำให้พ่อแม่ต้องลำบากแล้ว”
เงินที่ใช้มารักษาที่โรงพยาบาลในเมืองคงไม่น้อยแน่ ไม่รู้ว่าพ่อแม่ไปยืมมาจากที่ไหนคิดถึงตรงนี้ เขาก็รู้สึกแย่อีกครั้ง ที