วเองและบอกชื่อออกไป สีหน้าของหมอหญิงกับพยาบาลสาวกลับเปลี่ยนเป็นตกใจ พวกเธอดูเหมือนไม่อยากจะเชื่อ“น้องสาว เธอชื่ออันจิ่วเม่ยจริง ๆ เหรอ?” หมอหญิงฟางเซียนเยว่ถามเสียงสูงพลางมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแปลกใจอันจิ่วเม่ยพยักหน้า มองเธออย่างงุนงง“โอ้ ใช่แล้ว ครั้งที่แล้วตอนที่เธอมาทำแผล ฉันยังเขียนชื่อของเธอด้วย ฉันก็ว่าทำไมคุ้น ๆ !”
ฟางเซียนเยว่หัวเราะออกมาทันที เห็นอันจิ่วเม่ยมองตัวเองอย่างงุนงง จึงพูดต่อว่า “เธอมาจากหมู่บ้านหนานเทียนใช่ไหม?”อันจิ่วเม่ยพยักหน้า ฟางเซียนเยว่ยิ้มพูดว่า “นั่นไง! ก่อนหน้านี้ฉันยังเห็นเรื่องราวของเธอในหนังสือพิมพ์ด้วย! เก่งจริง ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ผักในเมืองของพวกเราก็คงไม่อุดมสมบูรณ์ขนาดนี้ ราคาก็ถูกลงกว่าเดิมมาก”“ฉันน่าจะนึกออกว่าเป็นเธอตั้งแต่แรก วันนั้นตอนเช้าสามีของเธอก็ใส่ชุดทหารพาเธอมา ฉันยังเข้าใจผิดคิดว่าพวกเธอเป็นพี่น้องกันเลย! ตอนนั้นฉันก็รู้สึกว่าเธอเป็นเด็กสาวที่ไม่ธรรมดา แต่ไม่คิดว่าจะมีความสามารถขนาดนี้!”ปกติแล้ว ฟางเซียนเยว่ไม่ใช่คนพูดมาก แต่วันนี้กลับแปลกไปเธอพูดคุยกับอันจิ่วเม่ยไม่หยุด ทั้งชมเชยในความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ของอันจิ่วเม่ย ซ ้ายังถามอย่างสนอกสนใจว่าเธอคิดวิธีต่าง ๆ ได้อย่างไร ช่างเก่งกว่าคนหนุ่มสาวจากเมืองใหญ่เสียอีกเนื่องจากช่วงนี้โรงพยาบาลไม่มีคนไข้มากนัก หมอหญิงกับพยาบาลสาวจึงไม่ยุ่ง ทั้งสองจึงอยู่พูดคุยกับอันจิ่ว