อะ ของดีแบบนี้”แค่ได้กินหนึ่งครั้งก็นับว่าฉลองปีใหม่แล้ว จะกล้าคิดถึงชิ้นที่สองได้ยังไง แม้จะยังไม่อิ่ม แต่พวกเขารู้สึกซาบซึ้งในน ้าใจของอันจิ่วเม่ยจนไม่กล้ารับอะไรอีก เพราะสำหรับพวกเขา การที่เธอช่วยเหลือครั้งนี้ก็นับว่าเป็นบุญคุณที่ตอบแทนไม่หมดแล้วอันจิ่วเม่ยไม่พูดอะไรมาก เธอยิ้มพลางยัดของใส่มือพวกเขาคนละชิ้น แล้วพูดด้วยน ้าเสียงอบอุ่น“หนูเตรียมมาเยอะค่ะ ยังมีเหลือไว้ให้พี่ชายอีก ป้ากับลุงกินได้เต็มที่เลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจค่ะ” อันจิ่วเม่ยพูดด้วยรอยยิ้มอบอุ่น“จิ่วเม่ย เรื่องครั้งนี้…ขอบคุณเธอจริง ๆ” ฉีเหวินหยางเอ่ยด้วยน ้าเสียงจริงใจเขาเป็นสามีของป้าหนิงเหอ อายุราวสี่สิบต้น ๆ แต่การทำงานหนักมาตลอดหลายปีทำให้เขาดูแก่กว่าวัยจริงถึงสิบกว่าปี ผิวคล ้าและหลังค่อมเล็กน้อย
“ลุงเขย พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ลุงพูดแบบนี้ดูเป็นคนนอกไปแล้ว หลายปีมานี้ลุงกับป้าก็ช่วยเหลือฉันกับย่าไม่น้อยเลยความดีที่พวกคุณมีต่อพวกเรา หนูจำได้หมดนะ!”แม้ว่าทุกครั้งจะเป็นป้าหนิงเหอที่เดินทางออกจากภูเขามาเยี่ยมย่าอัน พร้อมกับนำของติดไม้ติดมือมาฝากด้วยเสมอ แต่หากไม่ได้รับความยินยอมจากลุงเขยแล้ว ก็คงไม่สามารถนำของออกมาจากบ้านได้มากขนาดนี้ และเธอก็ทำเช่นนี้มาตลอดหลายปีโดยไม่เคยขาดเมื่อได้ยินคำพูดของอันจิ่วเม่ย ฉีเหวินหยางรู้สึกอบอุ่นใจอย่างมาก ในใจคิดว่า ภรรยาของเขาไม่ได้เสียแรงเปล่าที่ทุ่มเทความหวังดีเช่นนี้มาตลอดหล