หลังจากคนตระกูลหลี่กลับไป อันจิ่วเม่ยก็เริ่มเก็บข้าวของที่พวกนั้นจะเอาออกไปนำกลับเข้ามาไว้ที่เดิม เธอพูดกับย่าด้วยรอยยิ้มแฝงความเหนื่อยใจว่า“ดูเหมือนต่อไปหนูคงต้องล็อกประตูบ้านทุกครั้งที่ออกไปแล้วล่ะค่ะ ประมาทไม่ได้เลยจริง ๆ”โชคดีที่ของมีค่าของเธอส่วนใหญ่เก็บซ่อนไว้ในมิติพิเศษ ส่วนของที่เหลือไว้ข้างนอกล้วนเป็นของที่ไม่มีค่า หากไม่เป็นเช่นนั้น วันนี้เรื่องคงจบไม่สวยและอาจต้องเสียของที่สำคัญไปโชคดีที่ของส่วนใหญ่ของเธอเก็บไว้ในมิติพิเศษ ที่เหลือไว้ข้างนอกล้วนเป็นของไม่มีค่า ไม่อย่างนั้นวันนี้คงแสดงละครไม่สนุกแน่ย่าอันพูดอย่างเสียดายว่า “ถ้ารู้แต่แรก ย่าคงห้ามหลานไว้บ้างไม่ให้หลานเอาของให้ป้ามากขนาดนี้ ทำให้คนอื่นเห็นแล้วอยากได้ถึงได้ไปฟ้องที่บ้านกูลหลี่”คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่เป็นคนดี แต่การที่อันจิ่วเม่ยให้ของดีๆมากมายแก่ญาติพี่น้องก็อาจทำให้คนอิจฉาและนำความยุ่งยากมาสู่ตัวเองได้ย่าอันรู้สึกผิดในใจ คิดว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะความโลภของตัวเองที่อยากให้หลานสาวจากบ้านเดิมมีชีวิตที่ดีขึ้น เมื่อหลานสาว
นำของมาให้ เธอไม่เพียงแต่ไม่ห้าม ยังสนับสนุนให้หลานสาวรับไว้ทั้งหมดด้วยอันจิ่วเม่ยยิ้มบาง ๆ พร้อมปลอบย่าด้วยน ้าเสียงอ่อนโยน“ไม่เป็นไรหรอกค่ะย่า ป้าไม่ได้มาเยี่ยมบ่อย ๆ หนูเองก็ไม่กล้าไปบ้านป้าคนเดียว เลยต้องให้เธอเอาของไปมากหน่อยในคราวเดียวส่วนคนที่แอบไปฟ้องลับหลังนั้น คราวหน้า หนูจะไม่ช่วยเหลือ