ชิวหรงที่ตอนแรกตั้งใจจะต่อว่าอันจิ่วเม่ยว่าไม่รู้เรื่องรู้ราว แต่กลับถูกเธอสั่งสอนจนพูดไม่ออก เธอได้แต่มองลูกสะใภ้รองด้วยสายตางุนงง ไม่รู้จะตอบโต้อย่างไรอันจิ่วเม่ยฉวยโอกาสนี้แย่งของในมือพวกเธอกลับมาทั้งหมดก่อนจะพูดต่อด้วยน ้าเสียงแฝงความห่วงใย“แม่คะ เรื่องนี้ยังดีที่เกิดขึ้นในครอบครัวเราเอง แต่ถ้าถูกแพร่ออกไปข้างนอก คนอื่นต้องหัวเราะเยาะแน่ ๆ ชื่อเสียงของแม่กับพ่อจะพลอยเสียหายไปด้วย เพราะพี่สะใภ้ใหญ่ไม่มีความสามารถอะไรหลานชายแม่ก็ไม่ฉลาดนัก วิสัยทัศน์ของพี่สะใภ้ย่อมสู้แม่ไม่ได้อยู่แล้ว เวลาเธอทำเรื่องโง่ ๆ แบบนี้ แม่ต้องคอยระวังสิคะ ทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองถูกเธอชักนำได้ล่ะคะ?”คำพูดของอันจิ่วเม่ยทำให้ชิวหรงที่กำลังโกรธจนหน้ามืดต้องชะงักไป เธอรู้สึกเหมือนถูกตีหน้าว่าตัวเองเป็นแม่สามีที่ไม่เอาไหนถ้าเรื่องนี้ลุกลามออกไปจริง ๆ คงเป็นที่น่าอับอาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ที่อันจิ่วเม่ยมีชื่อเสียงดีในหมู่บ้าน หากเธอแย่งของกลับไปจริง ๆ สามีก็คงไม่พอใจและต้องต่อว่าเธอแน่เมื่อคิดได้ดังนั้น สมองของชิวหรงก็เริ่มแจ่มใสขึ้นบ้าง เธอหันไปจ้องลี่เฟยด้วยสายตาเกรี้ยวกราด รู้สึกอยากตบลูกสะใภ้คนโตที่ช่างไร้มารยาทขึ้นทุกวันเสียหลาย ๆ ครั้ง
ลูกสะใภ้คนนี้ชอบชักนำให้ทำเรื่องผิดอยู่เรื่อย สองวันเว้นสามวันก็สร้างปัญหา!ลี่เฟยมองสีหน้าของแม่สามีแล้วก็รู้ทันทีว่าอันจิ่วเม่ยทำให้แม่สามีเปลี่ยนใจอีกครั้ง เธอรู้สึก