ได้เลย!”เมื่อยวี่เฟยจากไป ย่าอันก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น อันจิ่วเม่ยโบกมือพลางกล่าวว่า “ไม่มีอะไรหรอกค่ะย่า แค่เข้าใจผิดกันเท่านั้น”“อีกอย่างนะคะคุณย่า เรื่องวันนี้พวกเราต้องระวังไว้เป็นบทเรียนถ้าหนูไม่อยู่บ้าน มีคนมาหาที่บ้านเอาของมาให้พวกเราอะไรแบบนี้ย่าอย่าได้เปิดรับเด็ดขาดนะ พวกเขาคงอยากให้หนูช่วยย้ายพวกเขาไปทำงานที่โรงงาน ความช่วยเหลือแบบนี้หนูช่วยไม่ได้ ถ้ารับของไปแล้วจะอธิบายลำบาก”ย่าอันพยักหน้าหลายครั้ง “ย่าเข้าใจแล้ว หลานวางใจได้”เช้าวันรุ่งขึ้น อันจิ่วเม่ยถือแบบร่างที่วาดเสร็จเรียบร้อยพร้อมจดหมายถึงหลี่เจียเฟิ่ง เดินทางเข้าเมืองด้วยความมุ่งมั่น เธอตัดสินใจส่งจดหมายเป็นสิ่งแรก ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังโรงงานผ้าที่เป็นเป้าหมายสำคัญของวันเมื่อมาถึงโรงงาน ยามเฝ้าประตูซึ่งเป็นชายวัยกลางคนสังเกตเห็นอันจิ่วเม่ยที่ดูเหมือนคนแปลกหน้า เขาจึงมองสำรวจเธอจากระยะไกลอย่างระมัดระวัง พอเธอเดินมาถึงหน้าประตู ยามรีบก้าวเข้ามาเอ่ยถามด้วยน ้าเสียงจริงจังและเต็มไปด้วยความระแวดระวัง“ยายหนู มาที่นี่มีธุระอะไรหรือเปล่า?”
อันจิ่วเม่ยยิ้มตาหยี ตอบด้วยน ้าเสียงนุ่มนวลและสุภาพว่า “สวัสดีค่ะคุณลุง ฉันแซ่อัน วันนี้มาหาหัวหน้าพานซินหรงค่ะ หัวหน้าเป็นคนนัดฉันไว้ล่วงหน้าแล้ว”ลุงยามได้ฟังดังนั้น แม้จะเห็นว่าท่าทางของอันจิ่วเม่ยดูน่าเชื่อถือแต่เขาก็ยังคงรักษาความรอบคอบไว้ พยักหน้าเล็กน้อยก่อนกล่าวเสียงขรึมว่า “รอสักค