อกว่าจะทำตามที่คุณบอกแล้ว ทำไมคุณถึงไม่พูดอะไรล่ะ?”เว่ยป๋อหลินกัดฟันกรอด ไม่เคยคิดว่าจะมีวันที่ตัวเองถูกผู้หญิงสองคนบีบคั้นจนไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไรอันจิ่วเม่ยแกล้งล้วงเขาไปในตระกร้าเพื่อหยิบกระดาษและปากกาจากมิติตัวเอง แล้วยื่นให้เขาพลางกล่าวว่า “คำพูดลอย ๆ ไม่
มีน ้าหนัก คุณต้องเขียนลงไปว่าอีกฝ่ายพูดอะไรกับคุณ และต้องการให้คุณทำอะไร แล้วประทับลายนิ้วมือด้วย ฉันถึงจะยอมช่วยคุณ”อันจิ่วเม่ยไม่ใช่คนโง่ที่จะเชื่อคำพูดข้างเดียวของเว่ยป๋อหลิน“เธอนี่มัน!” เว่ยป๋อหลินไม่เคยเจอคนที่ระมัดระวังขนาดนี้มาก่อนเลย!ในที่สุด เว่ยป๋อหลินก็เขียนเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยความแค้นแม้กระทั่งการประทับลายนิ้วมือในตอนท้ายเขาก็ต้องกัดนิ้วตัวเองเพื่อประทับอันจิ่วเม่ยตรวจสอบอย่างละเอียดสองรอบเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหา เมื่อได้ยินเสียงคนพูดจากที่ไกล ๆ เธอรีบเก็บกระดาษและแก้เชือกที่มัดเว่ยป๋อหลินอย่างรวดเร็วเพิ่งแก้เชือกออกได้ไม่นานผู้นำหมู่บ้านและคนอื่น ๆ ก็เดินเข้ามายวี่เฟยวิ่งมาหน้าอันจิ่วเม่ยด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เมื่อเห็นว่าเธอไม่เป็นอะไร จึงโล่งอกลงได้“เว่ยป๋อหลิน นี่มันเรื่องอะไรกัน!”เหวินฟู่โกรธมาก เว่ยป๋อหลินทำงานแบบสามวันจับปลา สองวันตากแห ก่อนหน้านี้ก็เคยบอกเขาแล้วว่าไม่มีวันหยุด แต่คราวนี้เขากลับขาดงานเลย จริง ๆ แล้วเขาไม่เคารพผู้นำหมู่บ้านเลยสักนิด!
เว่ยป๋อหลินไม่รู้จะพูดอย่างไร จึงมองขอความช่