ก่อนหน้านี้เธอเคยได้ยินคนในเมืองพูดว่า มีคนบางกลุ่มที่ชอบเรื่องแบบนี้ โดยเฉพาะคนรวยในเมืองเพ่ยอิงตอนนี้ก็แต่งงานแล้ว อีกทั้งเธอจบมัธยมต้น และหน้าตาก็ไม่เลว น่าจะมีคุณสมบัติพอที่อีกฝ่ายจะสนใจ ดังนั้นเธอจึงเข้าไปทักทายอย่างกระตือรือร้น“สหายเว่ย คุณรีบร้อนแบบนี้จะไปไหนหรอคะ?”เธอยิ้มพลางเดินเข้าไปหา ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ไม่เลวอยู่แล้วเว่ยป๋อหลินจึงไม่อาจละสายตาไปได้ในหมู่บ้านนี้มีสาวสวยอยู่หลายคน ไม่เหมือนกับภาพจำของสาวชนบทที่เขาเคยนึกไว้เลยหลังจากทำงานในทุ่งนาไปหลายวัน เขาก็รู้จักเพ่ยอิงที่คอยจดบันทึกผลงาน และรู้ดีว่าการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเธอเป็นสิ่งจำเป็นดังนั้น เขาจึงหยุดเดินและทักทายว่า “บังเอิญจังเลยสหายเพ่ยอิงอันจิ่วเม่ยให้ผมไปซื้อของในเมือง ผมกำลังจะไปพอดี”เพ่ยอิงขมวดคิ้วถามว่า “ถ้าเธอเป็นคนสั่งให้คุณไปเอง ทำไมไม่ให้ขี่จักรยานไปล่ะ? ทางภูเขาไกลขนาดนี้ พวกเราที่อยู่ที่นี่ไปทีก็แทบหมดแรงแล้ว นี่คุณเพิ่งมาใหม่ ยังไม่ชินจะไหวเหรอ?”
เว่ยป๋อหลินยิ้มขื่น คิดในใจว่า แม้แต่เพ่ยอิงยังรู้สึกว่าคำสั่งนี้ไม่สมเหตุสมผล แล้วอย่างอันจิ่วเม่ยจะไม่รู้ได้ยังไง?นี่ต้องเป็นความตั้งใจของอันจิ่วเม่ยแน่ ๆ !เว่ยป๋อหลินไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเขาไปทำอะไรให้อันจิ่วเม่ยขุ่นเคืองทำไมเธอถึงได้หาเรื่องเขาแบบนี้แต่เขาก็แค่คิดในใจเท่านั้น ภายนอกยังคงทำท่าเป็นคนซื่อ ๆ“ไม่เป็นไร คงอยากฝึกฝนผมมั้ง ผมไปแป๊บเดียวก็ก