ันจิ่วเม่ยแล้วรีบหลบสายตาไปคนละทิศละทาง เพราะทุกคนในหมู่บ้านต่างได้รับประโยชน์จากเรื่องผักของอันจิ่วเม่ยมาพอสมควร แม้ในใจจะรับรู้ว่าเธอเป็นคนขยันขันแข็งแค่ไหน แต่ตอนนี้ก็ไม่มีใครกล้าออกปากต่อว่าเพ่ยอิงต่อหน้าอันจิ่วเม่ยได้ ได้แต่โบ้ยปัดไปอย่างเก้อเขิน“อันจิ่วเม่ย พวกเราไม่เกี่ยวเลยนะ! เธอคนเดียวต่างหากที่พูดไม่หยุด!”คนอื่น ๆ พยักหน้าเห็นด้วย ราวกับต้องการยืนยันว่าตนไม่ได้พูดอะไรลับหลังอันจิ่วเม่ยจริง ๆ“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันรู้อยู่แล้ว” อันจิ่วเม่ยยิ้มน้อย ๆ อย่างใจเย็น ก่อนหันมองไปยังเพ่ยอิงอย่างไม่รีบร้อนเพ่ยอิงถึงกับชะงักค้าง ไม่คิดว่าตัวเองจะถูกจับได้แบบนี้อันจิ่วเม่ยมองเพ่ยอิงอย่างเรียบ ๆ ก่อนเอ่ยด้วยน ้าเสียงเย็นชา“เป็นหลานสะใภ้ที่ทำเป็นคนดี ยืมของจากอาแล้วก็เอาไปนินทาลับหลังใครต่อใคร…ทั้งหมู่บ้านคงมีแต่เธอคนเดียวที่ทำแบบนี้ล่ะมั้ง”อันจิ่วเม่ยพูดด้วยน ้าเสียงเย็นชา เพ่ยอิงงงไปครู่หนึ่งก่อนจะหันมาพูดว่า “อะไรกันของเธอ พวกเธอแยกออกไปแล้ว นั่นมันของบ้านตระกูลหลี่ทั้งนั้น”“เฮอะ ติดใจการเป็นโจรแล้วสินะ? ยังเข้าข้างคนนอกอีก คืนนี้ฉันจะกลับไปถามพี่สะใภ้ว่าสอนลูกสะใภ้ยังไงกันแน่”
“อีกอย่างเธอแต่งงานแล้วนะ ยังมาคลุมเครือกับผู้ชายอื่น หรือว่าเพราะหลี่ถังสมองไม่ดี เธอเลยคิดจะเอาเปรียบ? เฮอะ แบบนั้นไม่ได้นะ ฉันเป็นน้าสะใภ้เธอจะไม่ยอมมองดูเธอรังแกหลานฉันหรอก”เพียงไม่กี่ประโยค อันจิ่วเม่ยก็ติดป้