ระกูลหลี่ไปเสียแล้วสุดท้าย เว่ยป๋อหลินก็ขี่จักรยานของบ้านตระกูลหลี่ไปในเมืองส่วนเพ่ยอิงก็เที่ยวพูดกับทุกคนว่าอันจิ่วเม่ยทำร้ายยุวชนที่มาจากในเมือง นี่เป็นการไม่นับว่ายุวชนเป็นพวกเดียวกัน ไม่เป็นผลดีต่อความสามัคคี
แต่เดิมเพ่ยอิงกับอันจิ่วเม่ยไม่ถูกกันอยู่แล้ว การพูดลับหลังก็พอเข้าใจได้ แต่ใครจะรู้ว่าเพ่ยอิงจะถูกอันจิ่วเม่ยจับได้คาหนังคาเขาขณะกำลังนินทาอันจิ่วเม่ยเดินวนไปมาหลายรอบ เมื่อแน่ใจว่าโรงงานไม่มีปัญหาแล้ว ก็คิดจะไปบอกผู้นำหมู่บ้านสักคำ แล้วเตรียมตัวกลับบ้านไปนอน แต่ผลคือไปที่ทุ่งนาแล้วไม่เจอผู้นำหมู่บ้านกลับไปเจอเพ่ยอิงกำลังนินทาเธอ“ฉันบอกแล้วว่าอันจิ่วเม่ยไม่ใช่คนดีอะไร เพื่อนใหม่ที่เป็นเยาวชนผู้มีการศึกษาก็ไม่ได้ไปยุ่งกับเธอ ทำไมเธอต้องทำอะไรรุนแรงขนาดนั้นด้วย! ให้คนเดินไกลขนาดนั้น มันไม่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในหมู่คณะเลย”“สหายเว่ยก็ไม่ใช่คนที่ทำงานหนักได้อยู่แล้ว เดินไปนิดเดียวก็หอบแล้ว ตกกลางคืนฟ้ามืดก็คงกลับมาไม่ได้สิ? ถึงตอนนั้นจะต้องรบกวนผู้นำบ้านพาคนไปตามหรือเปล่า?”“ช่วงนี้ทุกคนงานยุ่งกันมากในไร่ จนแทบไม่มีแรงจะทำอะไรแล้วใครจะมีแรงไปตามคนล่ะ? ฉันเลยเอาจักรยานที่บ้านให้ยุวชนเว่ยป๋อหลินยืมใช้…”เพ่ยอิงพูดด้วยน ้าเสียงคล้ายคนมีบุญคุณ โดยไม่ทันสังเกตว่าอันจิ่วเม่ยยืนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไร แถมยังพูดไม่หยุดจนทำให้หลายคนในวงสนทนาชักอึดอัด
ชาวบ้านหลายคนมองเห็นอ